สารตั้งต้นที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับการออกแบบนาฬิกาโครโนกราฟสายพันธุ์ใหม่ของ Seiko ชุดนี้ก็คือ Speedtimer นาฬิกาสปอร์ตฟังก์ชันจับเวลา กลไก Caliber 6139 ของ Seiko ที่เปิดตัวสู่ตลาดเมื่อ ค.ศ. 1969 ในฐานะนาฬิกาข้อมือกลไกอัตโนมัติฟังก์ชันจับเวลา ระบบ ‘Column-wheel’ (คอลัมน์วีล) และ ‘Vertical-clutch’ (เวอร์ติคัลคลัทช์) แบบแรกของโลก แต่นำมาตีความใหม่ให้มีลักษณะคลาสสิกร่วมสมัยในตัวเรือนพร้อมสายสแตนเลสสตีลที่ออกแบบขึ้นเป็นการเฉพาะ โดยแบบที่ใช้กลไกอัตโนมัติจะถูกออกแบบให้ตัวเรือนมีความหนาบึกบึน และเน้นแนวสันคมกับดีไซน์ของขาตัวเรือนและขอบตัวเรือน เพื่อแสดงลักษณะของนาฬิกาสปอร์ตโครโนกราฟสมัยทศวรรษ 1960 ขณะที่แบบที่ใช้พลังแสงจะมาในดีไซน์ตัวเรือนที่บางสลวยกว่า และมีแนวเส้นโค้งละมุนกว่ากันอย่างชัดเจน ทั้ง 2 รูปแบบตัวเรือนสามารถกันน้ำได้ถึงระดับความลึกเทียบเท่า 100 เมตร และอีกสิ่งที่ Seiko ตั้งใจออกแบบใหม่ให้กับสายพันธุ์นี้โดยเฉพาะก็คือ สายสเตนเลสสตีลแบบ 3 แถว สไตล์สปอร์ตข้อหนาที่มีฝั่งด้านบนเป็นแนวโค้ง ส่งผลให้น้ำหนักศูนย์ถ่วงมาอยู่ที่ด้านล่างของข้อสาย ทำให้รู้สึกมั่นคงและสวมใส่ได้อย่างสบายข้อมือ โดยผิวด้านหน้าปัดลายละเอียดในแนวดิ่งอย่างสวยงาม ส่วนตัวล็อกเป็นแบบบานพับ 3 ทบ ปลดล็อกด้วยปุ่มกด ทั้งหมดนี้รวมเข้าด้วยกันเป็นทายาทผู้สืบสานตำนานนาฬิกา Speedtimer ที่ริเริ่มไว้อย่างยิ่งใหญ่เมื่อ ค.ศ. 1969 ได้อย่างเต็มภาคภูมิ

SEIKO PROSPEX Brand story SPEEDTIMER

SPEEDTIMER

SPEEDTIMER Mechanical Chronograph

Speedtimer หน้าปัดสีเทาชาร์โคลได้รับแรงบันดาลใจจากนาฬิกาข้อมือโครโนกราฟรุ่นแรกของ Seiko และของญี่ปุ่น นั่นคือ Crown Chronograph จากปี 1964 เป็นจุดเริ่มต้นของการผลิตนาฬิกาข้อมือโครโนกราฟของ Seiko ที่มีกลไกการกดเพียงครั้งเดียวที่เรียบง่าย แต่แสดงให้เห็นความแม่นยำด้วยเครื่อง Caliber 6139 และผู้สืบทอดทั้งหมดด้วยการรวมฟังก์ชั่นการควบคุมสตาร์ท หยุด และรีเซ็ตและในไซโก Speedtimer รุ่นใหม่นี้ได้ผสมผสานการขับเคลื่อนใหม่ด้วยเครื่องซีรีส์ 8R ที่ล้ำสมัยที่สุดของ Seiko และนั่นคือ Caliber 8R46

1964

Crown chronograph

หน้าปัด

หลักบอกเวลาที่คงไว้ตามแบบฉบับดั้งเดิม ตัดกับหน้าปัดชาร์โคลร์สร้างความโดดเด่น พร้อมทั้งเลขจับระยะทางที่ขอบหน้าปัดสีขาวตัดกับ Chapter ring สีดำ

ปุ่มกด และ เม็ดมะยม

มีขนาดใหญ่ และใช้งานง่ายมีโครงสร้างที่แข็งแรงตามแบบฉบับของนาฬิกาจับเวลาปี 1964

 

Vertical clutch

คือ อุปกรณ์กลไกคลัทช์ แนวดิ่งที่ช่วยในเรื่องของการออกตัวเข็มจับเวลาโครโนกราฟให้นุ่มนวล ซึ่งนาฬิกาที่ไม่มี จะสตาร์ทแบบกระตุก

Column wheel

 อุปกรณ์กลไกที่ลดจังหวะฟรีของปุ่มกดสตาร์ทและสต็อปของโครโนกราฟ จะเป็นตัวสั่งงานให้ เลเวอร์และคลัทช์ทำงานได้แม่นยำ เป็น ฟังก์ชันที่ไซโกพัฒนามาจากกลไก ชัตเตอร์ของกล้องถ่ายรูป และเริ่มใช้งานครั้งแรกในนาฬิกาจับเวลาที่ใช้ในโอลิมปิก

MEMS เทคโนโลยี

ในตัวเครื่อง 8R นอกจากจะมี Vertical clutch และ Column wheel ยังมีเทคโนโลยี MEMS (Micro Electro Mechanical System) ที่นำมาใช้ในการผลิตกลไกควบคุมเวลาให้มีรูปทรงที่แม่นยำ ลดการสึกกร่อน และยืดอายุการใช้งานได้ยาวนาน

SEIKO PROSPEX

SPEEDTIMER

Mechanical Chronograph

SRQ037J

[ Caliber 8R46 ]

วางจำหน่ายแล้ววันนี้  
จำนวนจำกัด

SPEEDTIMER

Mechanical Chronograph

Limited Edition

หน้าปัดได้รับแรงบันดาลใจมาจากนาฬิกาจับเวลาปี 1964 บอกเล่าถึงความแม่นยำและความมีประสิทธิภาพขั้นสูงของนาฬิกาจับเวลาจาก Seiko มาพร้อมกับกลไกใหม่ Caliber 8R46 เป็น Limited Edition ผลิตและจำหน่ายเพียง 1,000 เรือนทั่วโลก

1964

1/5th second stopwatch

หน้าปัด

หลักบอกเวลา และเข็มวินาทีสีดำ ตัดกับหน้าปัดสีขาวสร้างความโดดเด่น พร้อมทั้งเลขจับระยะทางที่ขอบหน้าปัดสีขาวตัดกับ Chapter ring สีดำ

ปุ่มกด และ เม็ดมะยม

มีขนาดใหญ่ และใช้งานง่ายมีโครงสร้างที่แข็งแรงตามแบบฉบับของนาฬิกาจับเวลาปี 1964

 

ฝาหลัง

ฝาหลังเปลือยพร้อมกับระบุหมายเลขจำกัดตัวเรือน Limited Running No. เช่น 0001/1000

 

พิเศษสายหนัง

สำหรับรุ่น Limited Edition มีพิเศษสายหนัง เพื่อเปลี่ยนใช้งาน ตามใจผู้สวมใส่

 

SEIKO PROSPEX

SPEEDTIMER

Mechanical Chronograph
Limited Edition

SRQ035J

[ Caliber 8R46 ]

Limited edition of 1,000

วางจำหน่ายแล้ววันนี้  
จำนวนจำกัด

SPEEDTIMER

Solar Chronograph

นอกจากรุ่นจับเวลาที่ใช้กลไกอัตโนมัติแล้ว Seiko ยังนำชื่อของ Speed Timer ที่โด่งดังในอดีตกลับมาสู่ตลาดในยุคนี้ด้วยรูปแบบของกลไกจับเวลาแบบ Solar อีกด้วย

โดยหน้าปัดได้รับแรงบันดาลใจมาจากนาฬิกาจับเวลาปี 1969 ซึ่งเป็นครั้งแรกของโลกที่มีนาฬิกาจับเวลาแบบอัตโนมัติ บอกเล่าถึงความแม่นยำและความมีประสิทธิภาพขั้นสูงของนาฬิกาจับเวลาจาก Seiko มาพร้อมกับกลไก V192 ที่เป็นระบบ Solar

มีให้เลือกหน้าปัดถึง 4 สี ได้แก่ สีขาว สีกรมท่า สีทอง และสีดำ เป็นหนึ่งในคอลเลกชั่น Prospex

1964

SPEEDTIMER

หน้าปัด

     มีการใช้วิธีการ Sandblast หรือ พ่นทราย (บางคนเรียกยิงทราย) คือ การขัดผิวโลหะ จำพวกเหล็ก ทองเหลือง ทองแดง ด้วยเครื่องมือขนาดใหญ่โดยใช้แรงลมพาทรายคัดเม็ดที่ผ่านการร่อนแล้ว ไปกระทบกับชิ้นงาน

     ผิวที่ผ่านการพ่นทราย ลักษณะจะเหมือนการขัดด้วยกระดาษทราย แต่จะสะอาดกว่า มีความความหยาบและความขรุขระมากกว่า ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการเลือกใช้เบอร์ทราย การปรับแรงลมและการเลือกใช้อุปกรณ์สำหรับงานพ่นที่เหมาะสมด้วย

     ทำให้หน้าปัดมีความสวยงาม และมีความชัดเจนเมื่อผู้สวมใส่ต้องการดูเวลา

ดีไซน์

รูปทรงตัวเรือนยังคงรูปแบบไว้ตามต้นฉบับ มีขนาดตัวเรือนอยู่ที่ 39 มิลลิเมตร มีการขัดตัวเรือนเป็นเส้น hairline เพิ่มความเงางามให้กับสายนาฬิกา ซึ่งมาพร้อมกระจกแซฟไฟร์ กันรอยขีดข่วนได้เป็นอย่างดี และขอบตัวเรือนทำมาจากเซรามิค มีความทนทานมากขึ้น สมกับเป็นนาฬิกาแนวสปอร์ต

SEIKO PROSPEX

SPEEDTIMER

Solar Chronograph

SSC813P

[ Caliber V192 ]

วางจำหน่ายแล้ววันนี้  
จำนวนจำกัด

SSC815P

[ Caliber V192 ]

วางจำหน่ายแล้ววันนี้  
จำนวนจำกัด

SSC817P

[ Caliber V192 ]

วางจำหน่ายแล้ววันนี้  
จำนวนจำกัด

SSC819P

[ Caliber V192 ]

วางจำหน่ายแล้ววันนี้  
จำนวนจำกัด

สารตั้งต้นที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับการออกแบบนาฬิกาโครโนกราฟสายพันธุ์ใหม่ของ Seiko ชุดนี้ก็คือ Speedtimer นาฬิกาสปอร์ตฟังก์ชันจับเวลา กลไก Caliber 6139 ของ Seiko ที่เปิดตัวสู่ตลาดเมื่อ ค.ศ. 1969 ในฐานะนาฬิกาข้อมือกลไกอัตโนมัติฟังก์ชันจับเวลา ระบบ ‘Column-wheel’ (คอลัมน์วีล) และ ‘Vertical-clutch’ (เวอร์ติคัลคลัทช์) แบบแรกของโลก แต่นำมาตีความใหม่ให้มีลักษณะคลาสสิกร่วมสมัยในตัวเรือนพร้อมสายสแตนเลสสตีลที่ออกแบบขึ้นเป็นการเฉพาะ โดยแบบที่ใช้กลไกอัตโนมัติจะถูกออกแบบให้ตัวเรือนมีความหนาบึกบึน และเน้นแนวสันคมกับดีไซน์ของขาตัวเรือนและขอบตัวเรือน เพื่อแสดงลักษณะของนาฬิกาสปอร์ตโครโนกราฟสมัยทศวรรษ 1960 ขณะที่แบบที่ใช้พลังแสงจะมาในดีไซน์ตัวเรือนที่บางสลวยกว่า และมีแนวเส้นโค้งละมุนกว่ากันอย่างชัดเจน ทั้ง 2 รูปแบบตัวเรือนสามารถกันน้ำได้ถึงระดับความลึกเทียบเท่า 100 เมตร และอีกสิ่งที่ Seiko ตั้งใจออกแบบใหม่ให้กับสายพันธุ์นี้โดยเฉพาะก็คือ สายสเตนเลสสตีลแบบ 3 แถว สไตล์สปอร์ตข้อหนาที่มีฝั่งด้านบนเป็นแนวโค้ง ส่งผลให้น้ำหนักศูนย์ถ่วงมาอยู่ที่ด้านล่างของข้อสาย ทำให้รู้สึกมั่นคงและสวมใส่ได้อย่างสบายข้อมือ โดยผิวด้านหน้าปัดลายละเอียดในแนวดิ่งอย่างสวยงาม ส่วนตัวล็อกเป็นแบบบานพับ 3 ทบ ปลดล็อกด้วยปุ่มกด ทั้งหมดนี้รวมเข้าด้วยกันเป็นทายาทผู้สืบสานตำนานนาฬิกา Speedtimer ที่ริเริ่มไว้อย่างยิ่งใหญ่เมื่อ ค.ศ. 1969 ได้อย่างเต็มภาคภูมิ

SEIKO PROSPEX Brand story SPEEDTIMER

SPEEDTIMER

SPEEDTIMER Mechanical Chronograph

Speedtimer หน้าปัดสีเทาชาร์โคลได้รับแรงบันดาลใจจากนาฬิกาข้อมือโครโนกราฟรุ่นแรกของ Seiko และของญี่ปุ่น นั่นคือ Crown Chronograph จากปี 1964 เป็นจุดเริ่มต้นของการผลิตนาฬิกาข้อมือโครโนกราฟของ Seiko ที่มีกลไกการกดเพียงครั้งเดียวที่เรียบง่าย แต่แสดงให้เห็นความแม่นยำด้วยเครื่อง Caliber 6139 และผู้สืบทอดทั้งหมดด้วยการรวมฟังก์ชั่นการควบคุมสตาร์ท หยุด และรีเซ็ตและในไซโก Speedtimer รุ่นใหม่นี้ได้ผสมผสานการขับเคลื่อนใหม่ด้วยเครื่องซีรีส์ 8R ที่ล้ำสมัยที่สุดของ Seiko และนั่นคือ Caliber 8R46

1964

Crown chronograph

หน้าปัด
หลักบอกเวลาที่คงไว้ตามแบบฉบับดั้งเดิม ตัดกับหน้าปัดชาร์โคลร์สร้างความโดดเด่น พร้อมทั้งเลขจับระยะทางที่ขอบหน้าปัดสีขาวตัดกับ Chapter ring สีดำ
ปุ่มกด และ เม็ดมะยม
มีขนาดใหญ่ และใช้งานง่ายมีโครงสร้างที่แข็งแรงตามแบบฉบับของนาฬิกาจับเวลาปี 1964
 
Vertical clutch
คือ อุปกรณ์กลไกคลัทช์ แนวดิ่งที่ช่วยในเรื่องของการออกตัวเข็มจับเวลาโครโนกราฟให้นุ่มนวล ซึ่งนาฬิกาที่ไม่มี จะสตาร์ทแบบกระตุก
Column wheel
 อุปกรณ์กลไกที่ลดจังหวะฟรีของปุ่มกดสตาร์ทและสต็อปของโครโนกราฟ จะเป็นตัวสั่งงานให้ เลเวอร์และคลัทช์ทำงานได้แม่นยำ เป็น ฟังก์ชันที่ไซโกพัฒนามาจากกลไก ชัตเตอร์ของกล้องถ่ายรูป และเริ่มใช้งานครั้งแรกในนาฬิกาจับเวลาที่ใช้ในโอลิมปิก
MEMS เทคโนโลยี
ในตัวเครื่อง 8R นอกจากจะมี Vertical clutch และ Column wheel ยังมีเทคโนโลยี MEMS (Micro Electro Mechanical System) ที่นำมาใช้ในการผลิตกลไกควบคุมเวลาให้มีรูปทรงที่แม่นยำ ลดการสึกกร่อน และยืดอายุการใช้งานได้ยาวนาน

SEIKO PROSPEX

SPEEDTIMER

Mechanical Chronograph
SRQ037J
[ Caliber 8R46 ]
วางจำหน่ายแล้ววันนี้  
จำนวนจำกัด

SPEEDTIMER

Mechanical Chronograph

Limited Edition

หน้าปัดได้รับแรงบันดาลใจมาจากนาฬิกาจับเวลาปี 1964 บอกเล่าถึงความแม่นยำและความมีประสิทธิภาพขั้นสูงของนาฬิกาจับเวลาจาก Seiko มาพร้อมกับกลไกใหม่ Caliber 8R46 เป็น Limited Edition ผลิตและจำหน่ายเพียง 1,000 เรือนทั่วโลก

1964

1/5th second stopwatch

หน้าปัด
หลักบอกเวลา และเข็มวินาทีสีดำ ตัดกับหน้าปัดสีขาวสร้างความโดดเด่น พร้อมทั้งเลขจับระยะทางที่ขอบหน้าปัดสีขาวตัดกับ Chapter ring สีดำ
ปุ่มกด และ เม็ดมะยม
มีขนาดใหญ่ และใช้งานง่ายมีโครงสร้างที่แข็งแรงตามแบบฉบับของนาฬิกาจับเวลาปี 1964
 
ฝาหลัง
ฝาหลังเปลือยพร้อมกับระบุหมายเลขจำกัดตัวเรือน Limited Running No. เช่น 0001/1000
 
พิเศษสายหนัง
สำหรับรุ่น Limited Edition มีพิเศษสายหนัง เพื่อเปลี่ยนใช้งาน ตามใจผู้สวมใส่
 

SEIKO PROSPEX

SPEEDTIMER

Mechanical Chronograph
Limited Edition
SRQ035J
[ Caliber 8R46 ]
Limited edition of 1,000
วางจำหน่ายแล้ววันนี้  
จำนวนจำกัด

SPEEDTIMER

Solar Chronograph

นอกจากรุ่นจับเวลาที่ใช้กลไกอัตโนมัติแล้ว Seiko ยังนำชื่อของ Speed Timer ที่โด่งดังในอดีตกลับมาสู่ตลาดในยุคนี้ด้วยรูปแบบของกลไกจับเวลาแบบ Solar อีกด้วย
โดยหน้าปัดได้รับแรงบันดาลใจมาจากนาฬิกาจับเวลาปี 1969 ซึ่งเป็นครั้งแรกของโลกที่มีนาฬิกาจับเวลาแบบอัตโนมัติ บอกเล่าถึงความแม่นยำและความมีประสิทธิภาพขั้นสูงของนาฬิกาจับเวลาจาก Seiko มาพร้อมกับกลไก V192 ที่เป็นระบบ Solar
มีให้เลือกหน้าปัดถึง 4 สี ได้แก่ สีขาว สีกรมท่า สีทอง และสีดำ เป็นหนึ่งในคอลเลกชั่น Prospex

1964

SPEEDTIMER

หน้าปัด
     มีการใช้วิธีการ Sandblast หรือ พ่นทราย (บางคนเรียกยิงทราย) คือ การขัดผิวโลหะ จำพวกเหล็ก ทองเหลือง ทองแดง ด้วยเครื่องมือขนาดใหญ่โดยใช้แรงลมพาทรายคัดเม็ดที่ผ่านการร่อนแล้ว ไปกระทบกับชิ้นงาน
     ผิวที่ผ่านการพ่นทราย ลักษณะจะเหมือนการขัดด้วยกระดาษทราย แต่จะสะอาดกว่า มีความความหยาบและความขรุขระมากกว่า ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการเลือกใช้เบอร์ทราย การปรับแรงลมและการเลือกใช้อุปกรณ์สำหรับงานพ่นที่เหมาะสมด้วย
     ทำให้หน้าปัดมีความสวยงาม และมีความชัดเจนเมื่อผู้สวมใส่ต้องการดูเวลา
ดีไซน์
รูปทรงตัวเรือนยังคงรูปแบบไว้ตามต้นฉบับ มีขนาดตัวเรือนอยู่ที่ 39 มิลลิเมตร มีการขัดตัวเรือนเป็นเส้น hairline เพิ่มความเงางามให้กับสายนาฬิกา ซึ่งมาพร้อมกระจกแซฟไฟร์ กันรอยขีดข่วนได้เป็นอย่างดี และขอบตัวเรือนทำมาจากเซรามิค มีความทนทานมากขึ้น สมกับเป็นนาฬิกาแนวสปอร์ต

SEIKO PROSPEX

SPEEDTIMER

Solar Chronograph

SSC813P
[ Caliber V192 ]
วางจำหน่ายแล้ววันนี้  
จำนวนจำกัด
SSC815P
[ Caliber V192 ]
วางจำหน่ายแล้ววันนี้  
จำนวนจำกัด
SSC817P
[ Caliber V192 ]
วางจำหน่ายแล้ววันนี้  
จำนวนจำกัด
SSC819P
[ Caliber V192 ]
วางจำหน่ายแล้ววันนี้  
จำนวนจำกัด
สารตั้งต้นที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับการออกแบบนาฬิกาโครโนกราฟสายพันธุ์ใหม่ของ Seiko ชุดนี้ก็คือ Speedtimer นาฬิกาสปอร์ตฟังก์ชันจับเวลา กลไก Caliber 6139 ของ Seiko ที่เปิดตัวสู่ตลาดเมื่อ ค.ศ. 1969 ในฐานะนาฬิกาข้อมือกลไกอัตโนมัติฟังก์ชันจับเวลา ระบบ ‘Column-wheel’ (คอลัมน์วีล) และ ‘Vertical-clutch’ (เวอร์ติคัลคลัทช์) แบบแรกของโลก แต่นำมาตีความใหม่ให้มีลักษณะคลาสสิกร่วมสมัยในตัวเรือนพร้อมสายสแตนเลสสตีลที่ออกแบบขึ้นเป็นการเฉพาะ โดยแบบที่ใช้กลไกอัตโนมัติจะถูกออกแบบให้ตัวเรือนมีความหนาบึกบึน และเน้นแนวสันคมกับดีไซน์ของขาตัวเรือนและขอบตัวเรือน เพื่อแสดงลักษณะของนาฬิกาสปอร์ตโครโนกราฟสมัยทศวรรษ 1960 ขณะที่แบบที่ใช้พลังแสงจะมาในดีไซน์ตัวเรือนที่บางสลวยกว่า และมีแนวเส้นโค้งละมุนกว่ากันอย่างชัดเจน ทั้ง 2 รูปแบบตัวเรือนสามารถกันน้ำได้ถึงระดับความลึกเทียบเท่า 100 เมตร และอีกสิ่งที่ Seiko ตั้งใจออกแบบใหม่ให้กับสายพันธุ์นี้โดยเฉพาะก็คือ สายสเตนเลสสตีลแบบ 3 แถว สไตล์สปอร์ตข้อหนาที่มีฝั่งด้านบนเป็นแนวโค้ง ส่งผลให้น้ำหนักศูนย์ถ่วงมาอยู่ที่ด้านล่างของข้อสาย ทำให้รู้สึกมั่นคงและสวมใส่ได้อย่างสบายข้อมือ โดยผิวด้านหน้าปัดลายละเอียดในแนวดิ่งอย่างสวยงาม ส่วนตัวล็อกเป็นแบบบานพับ 3 ทบ ปลดล็อกด้วยปุ่มกด ทั้งหมดนี้รวมเข้าด้วยกันเป็นทายาทผู้สืบสานตำนานนาฬิกา Speedtimer ที่ริเริ่มไว้อย่างยิ่งใหญ่เมื่อ ค.ศ. 1969 ได้อย่างเต็มภาคภูมิ

SPEEDTIMER

SEIKO PROSPEX Brand Story SPEEDTIMER

SPEEDTIMER
Mechanical Chronograph

 
Speedtimer หน้าปัดสีเทาชาร์โคลได้รับแรงบันดาลใจจากนาฬิกาข้อมือโครโนกราฟรุ่นแรกของ Seiko และของญี่ปุ่น นั่นคือ Crown Chronograph จากปี 1964 เป็นจุดเริ่มต้นของการผลิตนาฬิกาข้อมือโครโนกราฟของ Seiko ที่มีกลไกการกดเพียงครั้งเดียวที่เรียบง่าย แต่แสดงให้เห็นความแม่นยำด้วยเครื่อง Caliber 6139 และผู้สืบทอดทั้งหมดด้วยการรวมฟังก์ชั่นการควบคุมสตาร์ท หยุด และรีเซ็ต
และในไซโก Speedtimer รุ่นใหม่นี้ได้ผสมผสานการขับเคลื่อนใหม่ด้วยเครื่องซีรีส์ 8R ที่ล้ำสมัยที่สุดของ Seiko และนั่นคือ Caliber 8R46
1964 Crown chronograph
หน้าปัด
หลักบอกเวลาที่คงไว้ตามแบบฉบับดั้งเดิม ตัดกับหน้าปัดชาร์โคลร์สร้างความโดดเด่น พร้อมทั้งเลขจับระยะทางที่ขอบหน้าปัดสีขาวตัดกับ Chapter ring สีดำ
ปุ่มกด และ เม็ดมะยม
มีขนาดใหญ่ และใช้งานง่ายมีโครงสร้างที่แข็งแรงตามแบบฉบับของนาฬิกาจับเวลาปี 1964
Vertical clutch
คือ อุปกรณ์กลไกคลัทช์ แนวดิ่งที่ช่วยในเรื่องของการออกตัวเข็มจับเวลาโครโนกราฟให้นุ่มนวล ซึ่งนาฬิกาที่ไม่มี จะสตาร์ทแบบกระตุก
Column wheel
 อุปกรณ์กลไกที่ลดจังหวะฟรีของปุ่มกดสตาร์ทและสต็อปของโครโนกราฟ จะเป็นตัวสั่งงานให้ เลเวอร์และคลัทช์ทำงานได้แม่นยำ เป็น ฟังก์ชันที่ไซโกพัฒนามาจากกลไก ชัตเตอร์ของกล้องถ่ายรูป และเริ่มใช้งานครั้งแรกในนาฬิกาจับเวลาที่ใช้ในโอลิมปิก
MEMS เทคโนโลยี
ในตัวเครื่อง 8R นอกจากจะมี Vertical clutch และ Column wheel ยังมีเทคโนโลยี MEMS (Micro Electro Mechanical System) ที่นำมาใช้ในการผลิตกลไกควบคุมเวลาให้มีรูปทรงที่แม่นยำ ลดการสึกกร่อน และยืดอายุการใช้งานได้ยาวนาน

SEIKO PROSPEX

SPEEDTIMER

Mechanical Chronograph
SRQ037J
[ Caliber 8R46 ]

วางจำหน่ายแล้ววันนี้  
จำนวนจำกัด

SPEEDTIMER
Mechanical Chronograph

Limited Edition
_____
หน้าปัดได้รับแรงบันดาลใจมาจากนาฬิกาจับเวลาปี 1964 บอกเล่าถึงความแม่นยำและความมีประสิทธิภาพขั้นสูงของนาฬิกาจับเวลาจาก Seiko มาพร้อมกับกลไกใหม่ Caliber 8R46 เป็น Limited Edition ผลิตและจำหน่ายเพียง 1,000 เรือนทั่วโลก
1964 1/5th second stopwatch
หน้าปัด
หลักบอกเวลา และเข็มวินาทีสีดำ ตัดกับหน้าปัดสีขาวสร้างความโดดเด่น พร้อมทั้งเลขจับระยะทางที่ขอบหน้าปัดสีขาวตัดกับ Chapter ring สีดำ
ปุ่มกด และ เม็ดมะยม
มีขนาดใหญ่ และใช้งานง่ายมีโครงสร้างที่แข็งแรงตามแบบฉบับของนาฬิกาจับเวลาปี 1964
ฝาหลัง
ฝาหลังเปลือยพร้อมกับระบุหมายเลขจำกัดตัวเรือน Limited Running No. เช่น 0001/1000
พิเศษสายหนัง
สำหรับรุ่น Limited Edition มีพิเศษสายหนัง เพื่อเปลี่ยนใช้งาน ตามใจผู้สวมใส่

SEIKO PROSPEX

SPEEDTIMER

Mechanical Chronograph
Limited Edition
SRQ035J
[ Caliber 8R46 ]
Limited edition of 1,000

วางจำหน่ายแล้ววันนี้  
จำนวนจำกัด

SPEEDTIMER
Solar  Chronograph

_____
นอกจากรุ่นจับเวลาที่ใช้กลไกอัตโนมัติแล้ว Seiko ยังนำชื่อของ Speed Timer ที่โด่งดังในอดีตกลับมาสู่ตลาดในยุคนี้ด้วยรูปแบบของกลไกจับเวลาแบบ Solar อีกด้วย
โดยหน้าปัดได้รับแรงบันดาลใจมาจากนาฬิกาจับเวลาปี 1969 ซึ่งเป็นครั้งแรกของโลกที่มีนาฬิกาจับเวลาแบบอัตโนมัติ บอกเล่าถึงความแม่นยำและความมีประสิทธิภาพขั้นสูงของนาฬิกาจับเวลาจาก Seiko มาพร้อมกับกลไก V192 ที่เป็นระบบ Solar

มีให้เลือกหน้าปัดถึง 4 สี ได้แก่ สีขาว สีกรมท่า สีทอง และสีดำ เป็นหนึ่งในคอลเลกชั่น Prospex
1964 SPEEDTIMER
หน้าปัด
มีการใช้วิธีการ Sandblast หรือ พ่นทราย (บางคนเรียกยิงทราย) คือ การขัดผิวโลหะ จำพวกเหล็ก ทองเหลือง ทองแดง ด้วยเครื่องมือขนาดใหญ่โดยใช้แรงลมพาทรายคัดเม็ดที่ผ่านการร่อนแล้ว ไปกระทบกับชิ้นงาน
     ผิวที่ผ่านการพ่นทราย ลักษณะจะเหมือนการขัดด้วยกระดาษทราย แต่จะสะอาดกว่า มีความความหยาบและความขรุขระมากกว่า ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการเลือกใช้เบอร์ทราย การปรับแรงลมและการเลือกใช้อุปกรณ์สำหรับงานพ่นที่เหมาะสมด้วย
     ทำให้หน้าปัดมีความสวยงาม และมีความชัดเจนเมื่อผู้สวมใส่ต้องการดูเวลา
ดีไซน์
รูปทรงตัวเรือนยังคงรูปแบบไว้ตามต้นฉบับ มีขนาดตัวเรือนอยู่ที่ 39 มิลลิเมตร มีการขัดตัวเรือนเป็นเส้น hairline เพิ่มความเงางามให้กับสายนาฬิกา ซึ่งมาพร้อมกระจกแซฟไฟร์ กันรอยขีดข่วนได้เป็นอย่างดี และขอบตัวเรือนทำมาจากเซรามิค มีความทนทานมากขึ้น สมกับเป็นนาฬิกาแนวสปอร์ต

SEIKO PROSPEX

SPEEDTIMER

Solar Chronograph

SSC813P
[ Caliber V192 ]
วางจำหน่ายแล้ววันนี้  
จำนวนจำกัด
SSC815P
[ Caliber V192 ]
วางจำหน่ายแล้ววันนี้  
จำนวนจำกัด
SSC817P
[ Caliber V192 ]
วางจำหน่ายแล้ววันนี้  
จำนวนจำกัด
SSC819P
[ Caliber V192 ]
วางจำหน่ายแล้ววันนี้  
จำนวนจำกัด
    Current :
  • EN
  • TH
contact line