เกียรติประวัติของเรา

ประวัติศาสตร์ของผู้ผลิตนาฬิกาเพียงรายเดียวที่มีความเชี่ยวชาญในงานทุกด้าน

เรื่องราวของ Seiko เริ่มต้นขึ้นในปี ค.ศ. 1881 เมื่อคินทาโร่ ฮัตโตริ นักธุรกิจหนุ่มวัย 22
ปีเปิดร้านขายและซ่อมนาฬิกาพกและนาฬิกาแขวนที่ใจกลางกรุงโตเกียว

บริษัทนี้ยืนหยัดมาเป็นเวลากว่า 130 ปีแล้วและยังคงมุ่งมั่นสู่ความเป็นเลิศในแบบที่ผู้ก่อตั้งมุ่งหวังไว้มาโดยตลอด

คุณจะได้เห็นประวัติศาสตร์อันยาวนานและเรือนเวลาสำคัญจากแต่ละช่วงเวลาในหน้าต่อไปนี้

ค.ศ. 1881-1959

ค.ศ. 1881

คินทาโร่ ฮัตโตริ เปิดร้านขายและซ่อมนาฬิกาพกและนาฬิกาแขวนในย่านกินซ่า กรุงโตเกียว

เรื่องราวของ Seiko เริ่มต้นขึ้นในปี ค.ศ. 1881 เมื่อคินทาโร่ ฮัตโตริ นักธุรกิจหนุ่มวัย 22 ปีเปิดร้านขายและซ่อมนาฬิกาพกและนาฬิกาแขวนที่ใจกลางกรุงโตเกียว หลังจากนั้นเพียง 11 ปีในปี ค.ศ. 1892 เขาจึงได้ก่อตั้งโรงงานขึ้น มีชื่อว่า Seikosha

ค.ศ. 1892

ก่อตั้ง Seikosha และเริ่มต้นการผลิตนาฬิกาแขวนผนัง

คินทาโร่ ฮัตโตริซื้อโรงงานเก่าแห่งหนึ่งในโตเกียวในปี ค.ศ. 1892 จนเกิดเป็น Seikosha ขึ้น (ชื่อนี้ประกอบด้วยคำในภาษาญี่ปุ่น ได้แก่ Seiko ซึ่งหมายถึง “ความดีเยี่ยม” “นาที” และ “ความสำเร็จ” และคำว่า sha ซึ่งหมายถึง “บ้าน”) คินทาโร่ ฮัตโตริใช้โรงงานแห่งนี้ผลิตนาฬิกาแขวนผนังเรือนแรกๆ และนี่คือจุดเริ่มต้นของบริษัทที่กลายเป็นผู้ผลิตเรือนเวลารายสำคัญที่สุดรายหนึ่งในโลกในที่สุด

ค.ศ. 1892

ค.ศ. 1895

Seikosha ผลิตนาฬิกาพกเรือนแรก

ความสำเร็จในธุรกิจนาฬิกาแขวนผนังของ Seikosha เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงทศวรรษที่ 1890 คินทาโร่จึงเริ่มขยายธุรกิจโดยการผลิตนาฬิกาพก Timekeeper ในปี ค.ศ. 1895 นี่คือการก้าวต่อไปข้างหน้าครั้งสำคัญสำหรับอนาคตของ Seiko เพราะนี่คือการปูทางให้เกิดนาฬิกาข้อมือเรือนแรกของญี่ปุ่นด้วยนาฬิกาแขวนที่ใจกลางกรุงโตเกียว หลังจากนั้นเพียง 11 ปีในปี ค.ศ. 1892 เขาจึงได้ก่อตั้งโรงงานขึ้น มีชื่อว่า Seikosha

ค.ศ. 1913

เปิดตัว Laurel นาฬิกาข้อมือรุ่นแรกของประเทศญี่ปุ่น

ในช่วงเริ่มแรกของยุคไทโชนั้นนาฬิกาพกยังคงเป็นที่นิยมอยู่อย่างมาก ประเทศญี่ปุ่นยังคงมีการนำเข้านาฬิกาข้อมือมาเพียงจำนวนไม่มาก แต่คินทาโร่ตั้งใจที่จะก้าวนำคู่แข่งหนึ่งก้าวเสมอจึงเริ่มลงมือผลิตนาฬิกาข้อมือรุ่นแรกของประเทศญี่ปุ่นเลย เขาประสบความสำเร็จในปี ค.ศ. 1913 ด้วยนาฬิกาชื่อ Laurel ซึ่งในช่วงแรกนั้นทางบริษัทสามารถผลิตนาฬิกาได้เพียงวันละ 30-50 เรือนเท่านั้น แต่คินทาโร่ก็ก้าวล้ำนำคู่แข่งสมดังตามความตั้งใจ

ค.ศ. 1913

ค.ศ. 1924

ผลิตนาฬิกาแบรนด์ Seiko เรือนแรก

นี่คือนาฬิกาเรือนแรกที่มีชื่อ Seiko บนหน้าปัดและทำให้โลกได้รู้จักกับชื่อแบรนด์นี้เป็นครั้งแรก ก่อนที่จะกลายเป็นชื่อแทนแห่งความเที่ยงตรง นวัตกรรมและความประณีต แต่แล้วในปี ค.ศ. 1923 ก็เกิดเหตุแผ่นดินไหวคันโตครั้งใหญ่จนทำให้สำนักงานใหญ่และโรงงาน Seikosha ต้องถูกไฟไหม้ทำลายจนต้องเริ่มใหม่หมด แต่เมื่อสิ้นสุดเหตุแผ่นดินไหวแล้วทางบริษัทก็สามารถสร้างนาฬิการุ่นใหม่ได้เลยแล้วออกวางขายในเดือนธันวาคม ค.ศ. 1924

ค.ศ. 1929

นาฬิกาพก Seiko ได้รับการคัดเลือกให้เป็นนาฬิกาอย่างเป็นทางการของการรถไฟญี่ปุ่น

ในปี ค.ศ. 1929 เมื่อเครือข่ายบริการรถไฟของญี่ปุ่นขยายตัว การรถไฟญี่ปุ่นจึงแต่งตั้งให้ Seiko เป็นผู้จัดหานาฬิกาอย่างเป็นทางการ พนักงานขับรถไฟมักจะติดตั้งแผงไม้แบบเจาะช่องบนแผงควบคุมเพื่อนำนาฬิกาพกที่ผ่านการรับรองแล้วมาติดตั้งเพื่อให้มองเห็นได้ชัดเจนขณะที่ขับรถไฟ

ค.ศ. 1929

ค.ศ. 1932

ก่อสร้างหอนาฬิกา Wako แลนด์มาร์คสำคัญของย่านกินซ่า

หอนาฬิกาที่เห็นทุกวันนี้ก่อสร้างเมื่อปี ค.ศ. 1932 ตัวอาคารมีสถาปัตยกรรมแบบรีโอเรอเนสซอง

ค.ศ. 1956

เริ่มใช้อุปกรณ์ป้องกันแรงสั่นสะเมือน Diashock

ค.ศ. 1956

ค.ศ. 1959

Gyro Marvel

ค.ศ. 1960-1979

ค.ศ. 1960

เผยโฉม Grand Seiko รุ่นแรกในฐานะผลงานเอกของ Seiko

ทีมขนาดเล็กที่ประกอบด้วยช่างนาฬิกาที่มีประสบการณ์และฝีมือสูงสุดของ Seiko ได้รับมอบหมายให้ผลิตนาฬิกาที่ดีเลิศที่สุดเท่าที่ฝีมือของพวกเขาจะทำได้ในแถบภูเขาสูงของจังหวะนากาโน่ทางตอนกลางของญี่ปุ่น จนนำไปสู่การเปิดตัวนาฬิกา Grand Seiko รุ่นแรกในปี ค.ศ. 1960 นาฬิกา Grand Seiko เป็นตัวแทนแห่งความเป็นเลิศในการผลิตนาฬิกาจักรกลของ Seiko ด้วยการมอบความเที่ยงตรง ความชัดเจนและความทนทานเหนือนาฬิกาอื่นใด

ค.ศ. 1960

ค.ศ. 1964

Seiko ทำหน้าที่จับเวลากีฬาโอลิมปิกครั้งที่ 18 ที่กรุงโตเกียวด้วยอุปกรณ์จำนวน 1,278 ชิ้น

ค.ศ. 1964

ปิดตัวนาฬิกาข้อมือสัญชาติญี่ปุ่นรุ่นแรกที่มีฟังก์ชั่นจับเวลา

เปิดตัวนาฬิกาข้อมือสัญชาติญี่ปุ่นรุ่นแรกที่มีฟังก์ชั่นจับเวลาในปี ค.ศ. 1964 ซึ่งเป็นปีเดียวกันกับการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่กรุงโตเกียว นาฬิการุ่นนี้มีการทำงานที่เรียบลื่นและคงทนด้วยการใช้กลไกแบบคอลัมน์วีล

ค.ศ. 1964

ค.ศ. 1965

ผลิตนาฬิกาดำน้ำรุ่นแรกของญี่ปุ่น

นาฬิกาดำน้ำรุ่นแรกที่ผลิตในประเทศญี่ปุ่นซึ่งกันน้ำได้ถึงระดับความลึก 150 เมตร เม็ดมะยมได้รับการออกแกบบให้เป็นแบบโครงสร้างสองชั้นเพื่อความทนทานต่อแรงดันน้ำที่มีระดับสูง นาฬิการุ่นนี้ได้รับการคัดเลือกเพื่อการใช้งานในภารกิจ Japanese Antarctic Research Expedition หรือการสำรวจขั้วโลกใต้โดยประเทศญี่ปุ่นครั้งที่ 8

ค.ศ. 1967

การแข่งขันความเที่ยงตรงนาฬิกาที่หอดูดาวเนอชาแตลและหอดูดาวเจนีวา

ค.ศ. 1967

ค.ศ. 1969

เปิดตัวเครื่องรุ่น 6139 ซึ่งเป็นเครื่องนาฬิกาโครโนกราฟแบบออโต้รุ่นแรกของโลกที่มีทั้งกลไกเวอร์ติคอลคลัทช์และกลไกคอลัมน์วีล

ทั้งยังมีแมจิกลีเวอร์อีกด้วย ถือเป็นหน้าบทสำคัญในเส้นทางสู่ความเป็นเลิศในเทคโนโลยีนาฬิกาจับเวลาของ Seiko

ค.ศ. 1969

เปิดตัวนาฬิกาควอตซ์รุ่นแรกของโลก Seiko Quartz Astron

นาฬิกาควอตซ์รุ่นแรกของโลก Seiko Quartz Astron ได้รับการเปิดตัวที่โตเกียวในวันที่ 25 ธันวาคม ค.ศ. 1969 นาฬิการุ่นนี้มีความเที่ยงตรงในแบบที่ไม่มีใครเทียบเท่าได้โดยจะอยู่ในเกณฑ์คลาดเคลื่อนไม่เกิน 5 วินาทีต่อเดือนซึ่งเที่ยงตรงกว่านาฬิกาอื่นๆ เป็น 100 เท่า และจะทำงานได้ต่อเนื่องเป็นเวลาหนึ่งปีหรือนานกว่านาฬิกาจักรกลส่วนมากถึง 250 เท่า การปฏิวัติวงการนาฬิกาด้วยเทคโนโลยีควอตซ์ได้ถือกำเนิดขึ้นแล้ว ณ จุดนี้

ค.ศ. 1969

ค.ศ. 1973

เปิดตัวนาฬิกาควอตซ์หน้าจอแอลซีดีแบบตัวเลข 6 หลักรุ่นแรกของโลกซึ่งใช้เครื่องรุ่น 0614

ค.ศ. 1975

เปิดตัวนาฬิกาดิจิตอลแบบมัลติฟังก์ชั่นรุ่นแรกของโลกซึ่งใช้เครื่องรุ่น 0634

ในปี ค.ศ. 1975 Seiko เปิดตัวนาฬิกาดิจิตอลเครื่องควอตซ์แบบมีโครโนกราฟรุ่นแรกของโลกที่ใช้เครื่องรุ่น 0634 นาฬิการุ่นนี้สามารถบันทึกเวลาได้ละเอียดถึงระดับเศษ 1 ใน 10 วินาทีและมีฟังก์ชั่นแลปไทม์ ทั้งยังมีไฟในตัวจึงสามารถใช้งานในที่มืดได้ นาฬิการุ่นนี้กลายเป็นที่นิยมเป็นอย่างมากและก่อให้เกิดตลาดสำหรับนาฬิกาดิจิตอลที่มีฟังก์ชั่นหลากชนิด

ค.ศ. 1975

ค.ศ. 1975

เปิดตัวนาฬิกาดำน้ำรุ่นแรกของโลกที่ใช้ตัวเรือนไทเทเนียม Professional Diver’s 600m

วันหนึ่งในปี ค.ศ. 1968 วิศวกรของ Seiko ได้รับจดหมายจากนักดำน้ำระดับอาชีพในจังหวัดฮิโรชิม่า ข้อความในจดหมายนั้นทำให้วิศวกรของ Seiko ต้องตกใจเพราะมีการบรรยายถึงสภาพความหนักหน่วงที่นาฬิกาต้องเผชิญเมื่อนักดำน้ำแบบอิ่มตัวเพื่อการประกอบอาชีพลงไปถึงระดับความลึก 350 เมตร จากนั้น Seiko จึงตกลงพัฒนานาฬิกาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานดังกล่าว และหลังจากใช้เวลาวิจัยอยู่นาน 7 ปีจึงเกิดเป็น Professional Diver’s 600m นาฬิกาดำน้ำตัวเรือนไทเทเนียมรุ่นแรกของโลก ปะเก็นของนาฬิการุ่นนี้สามารถป้องกันไม่ให้ฮีเลียมเข้าในตัวเรือนนาฬิกาได้ หน้าปัดแสดงค่าชัดเจนแม้เมื่อลงไปใต้ทะเลลึก จนเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการนาฬิกาดำน้ำของโลก

ค.ศ. 1980-1989

ค.ศ. 1982

เปิดตัวนาฬิกาดิจิตอลแบบมัลติฟังก์ชั่นรุ่นแรกของโลกซึ่งใช้เครื่องรุ่น 0634

นาฬิการุ่นแรกของโลกที่ออกแบบให้มีเครื่องรับสัญญาณและช่องเสียบหูฟังเพื่อการชมโทรทัศน์ไม่ว่าที่ใดหรือเวลาใดก็ตาม นาฬิการุ่นนี้สามารถรับฟังวิทยุคลื่นเอฟเอ็มได้ด้วยและมีฟังก์ชั่นมาตรฐานอื่นๆ อาทิ ตั้งปลุก จับเวลาและปฏิทิน

ค.ศ. 1982

ค.ศ. 1983

Voice Note นาฬิกาอัดเสียงได้รุ่นแรกของโลก

ค.ศ. 1983

เปิดตัวนาฬิกาดิจิตอลแบบมัลติฟังก์ชั่นรุ่นแรกของโลกซึ่งใช้เครื่องรุ่น 0634

ความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีควอตซ์และการผลิตนาฬิกาโครโนกราฟแบบจักรกลของ Seiko ได้หลอมรวมกันเป็นนาฬิกาควอตซ์แบบอนาล็อกที่มีโครโนกราฟรุ่นแรกของโลก นาฬิการุ่นนี้สามารถจับเวลาได้ละเอียดถึงเศษ 5 ใน 100 วินาที จับเวลาแบบสปลิทไทม์ได้และมีแทคคิมิเตอร์ ผู้ออกแบบคือนักออกแบบรถชาวอิตาเลียนชื่อดัง จอร์เจตโต จูจาโร่

ค.ศ. 1983

ค.ศ. 1984

เปิดตัว UC-2000 นาฬิการุ่นแรกของโลกที่มีฟังก์ชั่นคอมพิวเตอร์

หลังจากที่เปิดตัวนาฬิกาทีวีรุ่นแรกของโลกไปแล้ว Seiko ยังได้เปิดตัวคอมพิวเตอร์สำหรับข้อมือที่ใช้บันทึกข้อมูลได้เป็นรุ่นแรกของโลก หน่วยความจำของนาฬิการุ่นนี้มีขนาด 2,000 ตัวอักษรและสามารถจัดเก็บหมายเลขโทรศัพท์และที่อยู่ตลอดจนไดอารี่หรือนัดหมายต่างๆ ได้เป็นเวลาหนึ่งเดือน คอมพิวเตอร์แบบสวมข้อมือของ Seiko นี้เป็นจุดเริ่มต้นของยุคแห่งอุปกรณ์ข้อมูลแบบพกพาได้นั่นเอง

ค.ศ. 1986

Diver’s 1000m นาฬิการุ่นแรกของโลกที่มีตัวเรือนชั้นนอกผลิตจากเซรามิก

Diver’s 1000m คือนาฬิการุ่นแรกของโลกที่ใช้วัสดุเซรามิกผลิตตัวเรือนชั้นนอก ตัวเรือนไทเทเนียมน้ำหนักเบาและทนทานต่อการกัดกร่อนของนาฬิการุ่นนี้มีโครงสร้างแบบชิ้นเดียวซึ่งทำให้นาฬิการุ่นนี้กันน้ำได้ลึกถึง 1,000 เมตร

ค.ศ. 1986

ค.ศ. 1987

ทำหน้าที่ผู้จับเวลาอย่างเป็นทางการของ IAAF World Championships ที่กรุงโรม ประเทศอิตาลี

Seiko ทำหน้าที่ผู้จับเวลาอย่างเป็นทางการของ IAAF World Championships ครั้งที่ 2 ที่กรุงโรม ประเทศอิตาลี

ค.ศ. 1988

เปิดตัวนาฬิกา A.G.S. รุ่นแรกของโลกซึ่งใช้เครื่องรุ่น 7M22 (ภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น Kinetic)

ค.ศ. 1988

ค.ศ. 1990-1999

ค.ศ. 1990

เปิดตัวนาฬิกาดำน้ำแบบคอมพิวเตอร์โดยสมบูรณ์รุ่นแรกของโลก Scubamaster เครื่องรุ่น M726 ซึ่งมีฟังก์ชั่นตารางดำน้ำและมิเตอร์วัดความลึก

ด้วยความเชี่ยวชาญในการผลิตนาฬิกาแบบอิเล็กทรอนิกส์และประสบการณ์ในการผลิตนาฬิกาดำน้ำ Seiko จึงสามารถสร้าง Scubamaster เป็นนาฬิกาที่มีเซ็นเซอร์วัดน้ำและความลึกที่สามารถแสดงค่าระยะเวลาการดำน้ำและความลึกซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับนักดำน้ำได้

ค.ศ. 1991

ทำหน้าที่ผู้จับเวลาอย่างเป็นทางการของ IAAF World Championships ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

Seiko ทำหน้าที่ผู้จับเวลาอย่างเป็นทางการของ IAAF World Championships ครั้งที่ 3 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

ค.ศ. 1991

ค.ศ. 1992

Seiko ทำหน้าที่ผู้จับเวลาอย่างเป็นทางการที่การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกครั้งที่ 25 ที่กรุงบาร์เซโลน่า ประเทศสเปน

Seiko ได้รับการคัดเลือกให้จับเวลากีฬาโอลิมปิกในทวีปยุโรปเป็นครั้งแรก ในการนี้ Seiko ได้ส่งทีมวิศวกรและผู้เชี่ยวชาญด้านการจับเวลากว่า 300 ชีวิตไปปฏิบัติหน้าที่ในครั้งนั้น

ค.ศ. 1993

ทำหน้าที่ผู้จับเวลาอย่างเป็นทางการของ IAAF World Championships ที่กรุงสตุทการ์ท ประเทศเยอรมนี

Seiko ทำหน้าที่ผู้จับเวลาอย่างเป็นทางการของ IAAF World Championships ครั้งที่ 4 ที่กรุงสตุทการ์ท ประเทศเยอรมนี

ค.ศ. 1993

ค.ศ. 1998

นาฬิกาจักรกล Grand Seiko ยุคใหม่

นาฬิกา Grand Seiko มีเครื่องรุ่นใหม่เป็นครั้งแรกในรอบ 20 ปี นี่คือการกำหนดมาตรฐานใหม่ของ Grand Seiko ด้วยเทคโนโลยีการผลิตแบบล้ำสมัยที่ทำให้มีการตีความคุณค่าดั้งเดิมของ Grand Seiko ในรูปแบบใหม่ๆ ได้

ค.ศ. 1999

เปิดตัว Spring Drive นาฬิกาจักรกลระดับลักชัวรี่ที่ขับเคลื่อนด้วยลานและมีความเที่ยงตรงระดับควอตซ์

Spring Drive เป็นเทคโนโลยีเฉพาะของ Seiko ที่เปลี่ยนเอาชุดปล่อยจักรแบบดั้งเดิมออกแล้วติดตั้งเรกูเลเตอร์แบบใหม่ที่ทำให้เข็มนาฬิกาเดินเรียบและเงียบได้โดยมีความเที่ยงตรงอยู่ในระดับคลาดเคลื่อนไม่เกิน 1 วินาทีต่อวัน

ค.ศ. 1999

ค.ศ. 1999

เปิดตัวนาฬิกา Ultimate Kinetic Chronograph เครื่อง 9T82

นาฬิกา Kinetic ที่ประสบความสำเร็จของ Seiko ได้รับการเสริมแต่งด้วยฟังก์ชั่นจับเวลาในดีไซน์ที่ไม่เหมือนใคร นาฬิการุ่นนี้มีฟังก์ชั่นรีเซ็ทเข็มไปยังตำแหน่งศูนย์ที่ใช้แคมรูปทรงหัวใจและโครงสร้างเครื่องแบบพิเศษที่ช่วยป้องกันฝุ่นได้

ค.ศ. 2000-2009

ค.ศ. 2005

เปิดตัวเครื่อง Grand Seiko Spring Drive แบบขึ้นลานอัตโนมัติรุ่นแรกซึ่งมีกำลังลานสำรองขยายเป็น 72 ชั่วโมง

ตั้งแต่ที่เปิดตัวเมื่อปี ค.ศ. 1998 เครื่อง Spring Drive ก็มีการพัฒนาและปรับปรุงจนมีการนำไปใช้งานในนาฬิกา Grand Seiko เครื่องรุ่นคาลิเบอร์ 9R65 นี้มีกำลังลานสำรอง 72 ชั่วโมงและมีกลไกขึ้นลานแบบอัตโนมัติ

ค.ศ. 2005

ค.ศ. 2005

เปิดตัวนาฬิกาอนาล็อกพลังงานแสดงอาทิตย์แบบรับสัญญาณจากคลื่นวิทยุสามประเทศได้รุ่นแรกของโลก

Seiko วางจำหน่ายนาฬิกาอนาล็อกที่ทำงานด้วยพลังงานแสงอาทิตย์และควบคุมความเที่ยงตรงด้วยสัญญาณวิทยุคลื่นมาตรฐานของสามประเทศ ได้แก่ ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกาและเยอรมนีเป็นรุ่นแรกของโลกที่ทำได้เช่นนี้

ค.ศ. 2005

เปิดตัวนาฬิกา Kinetic Perpetual

นาฬิการุ่นนี้ใช้พลังงานจากการเคลื่อนไหวของร่างกายและเป็นนาฬิการุ่นแรกที่สามารถสร้างและกักเก็บพลังงานไฟฟ้าไว้ใช้เองได้ หากไม่ใช้งานนาฬิกาเข็มจะหยุดเดิน แล้วเมื่อนำกลับมาสวมใหม่เข็มก็จะเดินมายังเวลาที่ถูกต้องโดยอัตโนมัติ ปฏิทินถาวรของนาฬิการุ่นนี้จะแสดงค่าวันที่ได้อย่างถูกต้องจนถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2100

ค.ศ. 2005

ค.ศ. 2006

เปิดตัวนาฬิกาอีอิงค์รุ่นแรกของโลก

เทคโนโลยีหมึกอิเล็กทรอนิกส์ถูกนำมาใช้ในนาฬิกาเป็นครั้งแรกเพื่อแสดงค่าเวลาและข้อมูลอื่นบนหน้าจอที่มีขนาดใหญ่และมองเห็นได้ชัดเจนจากทุกมุมมอง นอกจากนี้ ผู้สวมใส่นาฬิกายังสามารถเลือกการแสดงค่าเวลาในรูปแบบกราฟฟิกได้หลากหลายรวมถึงฉากหลังแบบกลางวันและกลางคืน นาฬิการุ่นนี้ได้รางวัล Grand Prix de Geneve ด้วย

ค.ศ. 2006

เปิดตัว Credor Spring Drive Sonnerie

มีแต่นาฬิกา Spring Drive เท่านั้นที่สามารถแสดงถึงการไหลผ่านของเวลาได้อย่างต่อเนื่องและเป็นธรรมชาติเพราะว่าเข็มต่างๆ นั้นเดินแบบเรียบเนียนไม่มีสะดุด และมีเพียง Spring Drive เท่านั้นที่ทำงานเงียบขนาดที่ไม่มีอะไรมารบกวนการบอกเวลาแบบก้องกังวานของระฆังโอรินของญี่ปุ่น

ค.ศ. 2006

ค.ศ. 2007

เปิดตัว Spring Drive Chronograph

นาฬิกา Spring Drive Chronograph สามารถจับเวลาได้อย่างแม่นยำที่สุดเพราะว่าเข็มเดินแบบเรียบ ไม่ได้เดินเป็นเศษส่วนของวินาทีเหมือนนาฬิกาทั่วไป นี่คือการกำหนดนิยามใหม่ของความเที่ยงตรงของนาฬิกาโครโนกราฟที่ขับเคลื่อนด้วยลานซึ่งมีความเที่ยงตรงอยู่ในระดับคลาดเคลื่อนไม่เกิน 1 วินาทีต่อวัน

ค.ศ. 2009

เครื่องนาฬิกาแบบไฮบีทรุ่นใหม่รุ่นแรกของ Grand Seiko ในรอบ 41 ปี

ค.ศ. 2009

ค.ศ. 2010-

ค.ศ. 2010

เปิดตัวนาฬิการุ่นพิเศษ Seiko Spring Drive Spacewalk

นาฬิการุ่นนี้ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อการใส่เดินในอวกาศทั้งภายในและภายนอกสถานีอวกาศนานาชาติจึงทำงานได้อย่างไม่มีที่ติในอวกาศ และยังได้รับรางวัล Grand Prix d’Horlogerie de Genève ในประเภทนาฬิกาสปอร์ตด้วย

ค.ศ. 2010

นาฬิกาอีพีดีที่มีระบบแอคทีฟเมทริกซ์รุ่นแรกของโลก

ระบบการแสดงผลใหม่นี้ยังคงรักษาทุกคุณสมบัติด้านความชัดเจนของนาฬิกาอีอิงค์รุ่นแรกของ Seiko เอาไว้ แต่เพิ่มระดับความละเอียดของการแสดงภาพและข้อมูลด้วยจำนวนพิกเซลมากถึง 80,000 จุดบนหน้าปัดนาฬิกา แต่ละพิกเซลแสดงค่าได้ถึง 4 ระดับความเข้ม รวมเป็นความละเอียดสูง 300 ดีพีไอ

ค.ศ. 2010

ค.ศ. 2011

เปิดตัว Credor Spring Drive Minute Repeater

เสียงบอกเวลาที่ไพเราะและกังวานของนาฬิการุ่นนี้เกิดจากเหล็กกล้าเนื้อพิเศษที่หลอมโดยมูเนมิชิ ไมโยชิน ช่างเหล็กชื่อดังของญี่ปุ่น ความบริสุทธิ์ของเสียงนั้นชัดเจนยิ่งขึ้นอีกในเมื่อกลไก Spring Drive ของ Seiko ทำงานแบบเงียบสนิท

ค.ศ. 2012

เปิดตัว Seiko Astron GPS Solar นาฬิกาพลังงานแสงอาทิตย์ที่มีฟังก์ชั่นจีพีเอสรุ่นแรกของโลก

และแล้วการเดินทางตามหาเวลาที่เที่ยงตรงทุกหนแห่งในโลกก็สิ้นสุดลง เมื่อ Seiko ประสบความสำเร็จในการพัฒนาเครื่องรับสัญญาณจีพีเอสที่ใช้พลังงานต่ำและเป็นลิขสิทธิ์เฉพาะของเราเอง เราจึงสามารถสร้างนาฬิกาที่รับสัญญาณจีพีเอสได้จนรับรู้ไทม์โซนที่ถูกต้องไม่ว่าจะเป็นโซนใดใน 39 โซนทั่วโลก ตลอดจนข้อมูลเวลาและวันที่จากเครือข่ายดาวเทียมจีพีเอส นาฬิกาที่เป็นพัฒนาการสุดล้ำนี้มีชื่อว่า Seiko Astron และเป็นการเบิกศักราชใหม่ของเทคโนโลยีการบอกเวลาเหมือนเช่นนาฬิกาชื่อรุ่นเดียวกันนี้เมื่อปี ค.ศ. 1969 ซึ่งเป็นนาฬิกาควอตซ์รุ่นแรกของโลก

ค.ศ. 2012

ค.ศ. 2013

ครบรอบ 100 ปการผลิตนาฬิกาของ Seiko

เมื่อครั้งที่ Seiko ผลิตนาฬิกาข้อมือรุ่นแรกเมื่อปี ค.ศ. 1913 ท่านประธานของบริษัทตั้งชื่อนาฬิการุ่นนั้นว่า Laurel นาฬิการุ่นนั้นไม่เพียงเป็นนาฬิการุ่นแรกของ Seiko แต่ยังเป็นรุ่นแรกของประเทศญี่ปุ่นด้วย นี่คือจุดเริ่มต้นแห่งธรรมเนียมในการพัฒนาที่สืบทอดมาจากความตั้งใจของคินทาโร่ ฮัตโตริที่จะให้ Seiko ก้าวล้ำนำคู่แข่งหนึ่งก้าวเสมอ ภาพยนตร์นี้แสดงภาพนาฬิการุ่นสำคัญในประวัติศาสตร์ของ Seiko

ค.ศ. 2014

Seiko Astron GPS Solar 8X Series Chronograph วิวัฒนาการก้าวต่อไปของ Astron

ค.ศ. 2014

ค.ศ. 2014

Seiko ได้รับรางวัล Grand Prix d’Horlogerie de Genève ค.ศ. 2014 ในประเภท Petite Aiguille

ค.ศ. 2016

Fugaku นาฬิกาตูร์บิยองรุ่นแรกของ Seiko จากแบรนด์ Credor

เครื่องรุ่นคาลิเบอร์ 6830 เป็นเครื่องนาฬิกาตูร์บิยองรุ่นแรกของ Seiko ซึ่งสร้างขึ้นได้ด้วยความเชี่ยวชาญทางด้านกลไกสูงสุด ชุดพื้นฐานมีความหนาเพียง 1.98 มม. และเมื่อรวมชุดกรงแล้วเครื่องทั้งเครื่องยังหนาเพียงแค่ 3.98 มม. ในขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 25.6 มม. เมื่อพิจารณาจากปริมาตรแล้วนี่จึงเป็นเครื่องตูร์บิยองขนาดเล็กที่สุดในโลก

ค.ศ. 2016

ค.ศ. 2016

เปิดตัวเครื่อง Grand Seiko Spring Drive 9R01 ที่มีกำลังลานสำรอง 8 วัน

คาลิเบอร์ 9R01 เป็นเครื่องนาฬิกาที่พิเศษด้วยกำลังลานสำรอง 8 วัน (192 ชั่วโมง) ด้วยกระปุกลานที่เชื่อมโยงถึงกัน 3 กระปุกในขณะที่เครื่องนาฬิกาจักรกลทั่วไปมีเพียงกระปุกลานเดียว กระปุกลานทั้ง 3 นี้ได้รับการจัดวางเป็นแนวตั้งเพื่อปประหยัดพื้นที่ และในส่วนอื่นของเครื่องก็ยังมีการออกแบบให้ใช้พลังงานอย่างคุ้มค่าด้วยการลดแรงเสียดสีระหว่างชิ้นส่วนที่จะทำให้สูญเสียพลังงานที่ส่งมาจากลานได้

ค.ศ. 2016

การขยายสู่ฟากฟ้าใหม่ด้วย Grand Seiko The Black Ceramic

ประโยชน์ใช้สอยและความคงทนเป็นคุณสมบัติสำคัญของนาฬิกาสปอร์ตที่ดี และเป็นคุณค่าหลักของ Grand Seiko ที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นต่อหัวใจของการผลิตนาฬิกามาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1960 จนในที่สุด Grand Seiko จึงได้มีการขยายการออกแบบเข้าสู่แนวนาฬิกาสปอร์ตด้วยรุ่นเซรามิกสีดำในปี ค.ศ. 2016

ค.ศ. 2016

ค.ศ. 2017

Grand Seiko กลายเป็นแบรนด์อิสระแยกจาก Seiko

Grand Seiko มีความชัดเจนในด้านการออกแบบ บุคลิก การนำเสนอมาโดยตลอดและล่าสุดก็คือเรื่องเครื่อง เพื่อเป็นการตอกย้ำถึงความพิเศษของ Grand Seiko และเข้าถึงผู้ซื้อในวงกว้างยิ่งขึ้นจึงทำให้มีการตัดสินใจไปในอีกขั้นหนึ่งโดยการแยก Grand Seiko ออกเป็นแบรนด์อิสระจาก Seiko เลย

    Current :
  • EN
  • TH
contact line