SEIKO 5 Sports EVISEN SKATEBOARDS Limited Edition

New Seiko 5 Sports และแบรนด์สเกตบอร์ดสัญชาติญี่ปุ่น EVISENSKATEBOARDSได้ร่วมมือกันรังสรรค์ Limited Edition 3 รุ่นที่แสดงถึงโลกทัศน์ที่เป็นเอกลักษณ์ของ EVISEN

EVISEN SKATEBOARDS

แบรนด์สเก็ตบอร์ดของญี่ปุ่นที่เปิดตัวโดย Katsumi Minami และเพื่อน ๆ ของเขาในปี 2011 ซึ่งชื่อ EVISEN มาจากคำว่า “ทุกอย่าง” ที่ออกเสียงด้วยน้ำเสียงแบบญี่ปุ่นและแสดงถึงความเชื่อที่ว่า

“สเก็ตอร์ดคือทุกสิ่ง” แบรนด์ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายซึ่งรวมเอาทั้งความเฮฮาและกราฟิกดั้งเดิมที่สื่อถึงประเพณีและวัฒนธรรมญี่ปุ่นโบราณรวมถึงผลงานของศิลปินที่เกี่ยวข้องกับแบรนด์ นักสเก็ตของทีม EVISEN ล้วนมีเอกลักษณ์และมีความสามารถทั้งจากญี่ปุ่นและต่างประเทศ EVISEN ก่อตั้งในโตเกียว และมีสาขาในโอซาก้า เซนไดและเมืองใหญ่อื่น ๆ ในญี่ปุ่น รวมถึงปรากฏในสื่อต่างประเทศ EVISEN มุ่งเน้นไปที่แก่นแท้ของการเล่นสเก็ตบอร์ด EVISEN จึงผลิตชั้นสเก็ตบอร์ดและวิดีโอตลอดจนคอลเลกชั่นเครื่องแต่งกายที่สะท้อนถึงความเป็นนักสเก็ตบอร์ด

ตัวเรือนและสาย

มีโลโก้ EVISEN ผสมผสานสัญลักษณ์ Samurai ในการออกแบบมาพร้อมสายซิลิคอนที่มีลวดลาย Paisley ดั้งเดิมช่วยเพิ่มความโดดเด่น

ขอบตัวเรือน

ออกแบบพิเศษด้วยตัวอักษรคันจิผสมผสานความเป็นญี่ปุ่นในทุกรายละเอียดบนขอบตัวเรือน

ฝาหลัง

บนฝาหลังมาพร้อมรูปหมวกซามูไรสัญลักษณ์ของ EVISEN และสลักหมายเลขตัวเรือน ตั้งแต่ 0001/1500 ถึง 1500/1500

* ฝาหลังของสินค้าจริงอาจแตกต่างจากภาพตัวอย่าง

SRPF94K

[ Caliber 4R36 ]

จำนวนจำกัด 1,500 เรือนทั่วโลกเท่านั้น

วางจำหน่ายในเดือนเมษายน 2564

ตัวเรือนและสาย

หน้าปัดสีขาวนวลคล้ายกับวัสดุยูรีเทนของล้อสเก็ตบอร์ดและสายหนังที่มีลักษณะคล้ายกับพื้นสเก็ตบอร์ดลายไม้ จุดเด่นของการออกแบบคือศูนย์กลางหน้าปัดซึ่งออกแบบจากรูปแบริ่งของสเก็ตบอร์ด

หลักชั่วโมง

หลักชั่วโมงของรุ่นนี้ได้รับแรงบัลดาลใจจากส่วนประกอบของสเก็ตบอร์ดที่มีแกนกลางยึดระหว่างสเก็ตบอร์ดและล้อเอาไว้

ฝาหลัง

บนฝาหลังมาพร้อมรูปหมวกซามูไรสัญลักษณ์ของ EVISEN และสลักหมายเลขตัวเรือน ตั้งแต่ 0001/1500 ถึง 1500/1500

* ฝาหลังของสินค้าจริงอาจแตกต่างจากภาพตัวอย่าง

SRPF93K

[ Caliber 4R36 ]

จำนวนจำกัด 1,500 เรือนทั่วโลกเท่านั้น

วางจำหน่ายในเดือนเมษายน 2564

ตัวเรือนและสาย

หน้าปัดสีแดงแบบซาซิมิและแถบสีขาวเปรียบเหมือนข้าว ได้รับแรงบันดาลใจจากหนึ่งในสัญลักษณ์ของ EVISEN นั่นคือซูชิปลาทูน่า และมีสีดำคล้ายซอสโชยุบนปลายเม็ดมะยม

เข็มนาฬิกา

เข็มชั่วโมงนาทีและวินาทีซึ่งเรืองแสงในความมืดเป็นสีที่มีเอกลักษณ์ชวนให้นึกถึงทูน่าและวาซาบิ

ฝาหลัง

บนฝาหลังมาพร้อมรูปหมวกซามูไรสัญลักษณ์ของ EVISEN และสลักหมายเลขตัวเรือน ตั้งแต่ 0001/700 ถึง 1500/700

* ฝาหลังของสินค้าจริงอาจแตกต่างจากภาพตัวอย่าง

BOUTIQUE LIMITED

SRPF95K

[ Caliber 4R36 ]

จำนวนจำกัด 700 เรือนทั่วโลกเท่านั้นและมีจำหน่ายเฉพาะที่ ไซโก บูติก เท่านั้น

วางจำหน่ายในเดือนเมษายน 2564

รุ่นนี้นำเสนอในกล่องรูปแบบพิเศษที่มีความเป็นญี่ปุ่นที่ไม่เหมือนใคร ด้านหลังของฝาจะพิมพ์ “路滑板製造会社”

New Seiko 5 Sports และแบรนด์สเก็ตบอร์ดสัญชาติญี่ปุ่น EVISEN SKATEBOARDS ได้ร่วมมือกันรังสรรค์ Limited Edition 3 รุ่นที่แสดงถึงโลกทัศน์ที่เป็นเอกลักษณ์ของ EVISEN

EVISEN SKATEBOARDS

แบรนด์สเก็ตบอร์ดของญี่ปุ่นที่เปิดตัวโดย Katsumi Minami และเพื่อน ๆ ของเขาในปี 2011 ซึ่งชื่อ EVISEN มาจากคำว่า “ทุกอย่าง” ที่ออกเสียงด้วยน้ำเสียงแบบญี่ปุ่นและแสดงถึงความเชื่อที่ว่า “สเก็ตบอร์ดคือทุกสิ่ง” แบรนด์ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายซึ่งรวมเอาทั้งความเฮฮาและกราฟิกดั้งเดิมที่สื่อถึงประเพณีและวัฒนธรรมญี่ปุ่นโบราณรวมถึงผลงานของศิลปินที่เกี่ยวข้องกับแบรนด์ นักสเก็ตของทีม EVISEN ล้วนมีเอกลักษณ์และมีความสามารถทั้งจากญี่ปุ่นและต่างประเทศ EVISEN ก่อตั้งในโตเกียว และมีสาขาในโอซาก้า เซนไดและเมืองใหญ่อื่น ๆ ในญี่ปุ่น รวมถึงปรากฏในสื่อต่างประเทศ EVISEN มุ่งเน้นไปที่แก่นแท้ของการเล่นสเก็ตบอร์ด EVISEN จึงผลิตชั้นสเก็ตบอร์ดและวิดีโอตลอดจนคอลเลกชั่นเครื่องแต่งกายที่สะท้อนถึงความเป็นนักสเก็ตบอร์ด

Seiko 5 Sports 

EVISEN SKATEBORDS Limited Edition

SRPF94K

Design

ตัวเรือนและสาย

มีโลโก้ EVISEN ผสมผสานสัญลักษณ์ Samurai ในการออกแบบ

มาพร้อมสายซิลิคอนที่มีลวดลาย Paisley ดั้งเดิมช่วยเพิ่มความโดดเด่น

ขอบตัวเรือน

ออกแบบพิเศษด้วยตัวอักษรคันจิผสมผสานความเป็นญี่ปุ่นในทุกรายละเอียดบนขอบตัวเรือน

ฝาหลัง

บนฝาหลังมาพร้อมรูปหมวกซามูไรสัญลักษณ์ของ EVISEN และสลักหมายเลขตัวเรือน ตั้งแต่ 0001/1500 ถึง 1500/1500

* ฝาหลังของสินค้าจริงอาจแตกต่างจากภาพตัวอย่าง

SRPF94K

[ Caliber 4R36 ]

จำนวนจำกัด 1,500 เรือนทั่วโลกเท่านั้น

วางจำหน่ายในเดือนเมษายน 2564

Seiko 5 Sports 

EVISEN SKATEBORDS Limited Edition

SRPF93K

Design

หน้าปัดและสาย

หน้าปัดสีขาวนวลคล้ายกับวัสดุยูรีเทนของล้อสเก็ตบอร์ดและสายหนังที่มีลักษณะคล้ายกับพื้นสเก็ตบอร์ดลายไม้ จุดเด่นของการออกแบบคือศูนย์กลางหน้าปัดซึ่งออกแบบจากรูปแบริ่งของสเก็ตบอร์ด

หลักชั่วโมง

หลักชั่วโมงของรุ่นนี้ได้รับแรงบัลดาลใจจากส่วนประกอบของสเก็ตบอร์ดที่มีแกนกลางยึดระหว่างสเก็ตบอร์ดและล้อเอาไว้

ฝาหลัง

บนฝาหลังมาพร้อมรูปหมวกซามูไรสัญลักษณ์ของ EVISEN และสลักหมายเลขตัวเรือน ตั้งแต่ 0001/1500 ถึง 1500/1500

* ฝาหลังของสินค้าจริงอาจแตกต่างจากภาพตัวอย่าง

SRPF93K

[ Caliber 4R36 ]

จำนวนจำกัด 1,500 เรือนทั่วโลกเท่านั้น

วางจำหน่ายในเดือนเมษายน 2564

Seiko 5 Sports 

EVISEN SKATEBORDS Limited Edition

SRPF95K

Design

หน้าปัดและสาย

หน้าปัดสีแดงแบบซาซิมิและแถบสีขาวเปรียบเหมือนข้าว ได้รับแรงบันดาลใจจากหนึ่งในสัญลักษณ์ของ EVISEN นั่นคือซูชิปลาทูน่า และมีสีดำคล้ายซอสโชยุบนปลายเม็ดมะยม

เข็ม

เข็มชั่วโมงนาทีและวินาทีซึ่งเรืองแสงในความมืดเป็นสีที่มีเอกลักษณ์ชวนให้นึกถึงทูน่าและวาซาบิ

ฝาหลัง

บนฝาหลังมาพร้อมรูปหมวกซามูไรสัญลักษณ์ของ EVISEN และสลักหมายเลขตัวเรือน ตั้งแต่ 001/700 ถึง 700/700

* ฝาหลังของสินค้าจริงอาจแตกต่างจากภาพตัวอย่าง

บูติก ลิมิเต็ด

SRPF95K

[ Caliber 4R36 ]

จำนวนจำกัด 700 เรือนทั่วโลกเท่านั้นและมีจำหน่ายเฉพาะที่ ไซโก บูติก เท่านั้น

วางจำหน่ายในเดือนเมษายน 2564

 

 

 

รุ่นนี้นำเสนอในกล่องรูปแบบพิเศษที่มีความเป็นญี่ปุ่นที่ไม่เหมือนใคร ด้านหลังของฝาจะพิมพ์

“路滑板製造会社”

NEW ไซโก พรีสาจ Sharp Edged Series

    SEIKO PRESAGE 

   Sharp Edged Series

แนวคิด 

ตัวเรือนและสายนาฬิกา Seiko Presage Sharp Edged Series ถูกออกแบบให้หน้าปัดมีความคมแบบทันสมัยซึ่งช่วยให้นาฬิกาส่องประกายแวววาวได้จากทุกมุม พื้นผิวที่ได้รับการออกแบบพิเศษพร้อมการขัดเงาอย่างปราณีต และขอบที่คมชัดของตัวเรือนและสายซึ่งสัมผัสได้ถึงความสวยงามลงตัวเพื่อสร้างเอฟเฟกต์หลายมิติ

SEIKO PRESAGE

Sharp Edged Series

CONCEPT

The Seiko Presage Sharp Edged Series is a new design series that revealed a fresh and powerful expression of Japanese artistry. This series captured the simplicity and refinement of traditional Japanese aesthetics in its delicately textured dial and gave it a modern edge with its sharp and angular case construction.
SEIKO PRESAGE

Sharp Edged Series

CONCEPT

The Seiko Presage Sharp Edged Series is a new design series that revealed a fresh and powerful expression of Japanese artistry. This series captured the simplicity and refinement of traditional Japanese aesthetics in its delicately textured dial and gave it a modern edge with its sharp and angular case construction.

SEIKO PRESAGE

Sharp Edged Series

Design

The Seiko Presage Sharp Edged Series case and bracelet incorporate many flat surfaces that have a modern sharpness that allows the watch to shine and sparkle from every angle. The precisely engineered and polished surfaces and the crisp edges of its silhouette contrast with the subtle hairline finish to create a pleasingly multi-dimensional effect.

Dial Pattern

The dial incorporates a Japanese Asanoha or hemp leaf pattern, familiar in Japanese culture for its use in design since the Heian period over a thousand years ago. The fibers that make up the plant’s stem were traditionally used to make fabrics and the leaf pattern holds a special importance in Japanese culture as it symbolizes rapid, strong growth and was thought to bring good health, especially to the young. The rich texture and intricacy of the dial’s sharply edged geometric pattern create a subtle color gradation as they play with the light at different angles.

Dial Color

Each offering a dial with a different traditional Japanese color; Shironeri, an unbleached silky white, Aitetsu, or indigo iron, Tokiwa, the color of evergreen trees and Susutake, a brown-toned smoked bamboo. In addition, the color of India ink, Sumiiro are added.

 

SEIKO PRESAGE

Sharp Edged Series

GMT

 

The sharp angles of the hands and indexes enhance
the legibility of the dial.

All four watches are powered by the eight beat-per-second GMT Caliber 6R64. The GMT hand on each is in a different color to stand out clearly from each dial and, like the hands and indexes, has a generous layer of Lumibrite, to ensure legibility. The GMT hand can also be used as a dual time indicator, with the hour hand being adjustable even as the minute and seconds hands continue to mark time. The dial rings are in two colors to separate the night and day hours at a glance. The date is shown on a sub-dial at the six o’clock position and there is a power reserve indicator at nine o’clock.

Seiko Boutique exclusive model

SPB225J

Seiko Boutique exclusive model has dial color of Hihada-iro, a reddish-brown color first derived from the bark of the Japanese cypress tree.

SPB217J

[ Caliber 6R64 ]

Available in May 2021

SPB219J

[ Caliber 6R64 ]

Available in May 2021

SPB221J

[ Caliber 6R64 ]

Available in May 2021

SPB225J

[ Caliber 6R64 ]

Available in May 2021

     SEIKO PRESAGE

Sharp Edged Series

DATE DISPLAY  

A series that embodies
the essentials of watchmaking.

With its sharp and angular silhouette, the case is light and comfortable to wear. The slim, carefully polished case surfaces and bracelet assert a modern presence.
The watches are all powered by the 24 jewel Caliber 6R35 which delivers a power reserve of 70 hours. The glass material is sapphire crystal, and the exhibition case back, also in sapphire, reveals the delicate finishing of the movement.

SPB167J

[ Caliber 6R35 ]

SPB165J

[ Caliber 6R35 ]

SPB169J

[ Caliber 6R35 ]

NEW

SPB170J

[ Caliber 6R35 ]

SPB203J

[ Caliber 6R35 ]

   Sharp Edged Series

CONCEPT

The Seiko Presage Sharp Edged Series is a new design series that revealed a fresh and powerful expression of Japanese artistry. This series captured the simplicity and refinement of traditional Japanese aesthetics in its delicately textured dial and gave it a modern edge with its sharp and angular case construction.

SEIKO PRESAGE

Sharp Edged Series

 

การออกแบบ

ตัวเรือนและสายนาฬิกา Seiko Presage Sharp Edged Series ถูกออกแบบให้หน้าปัดมีความคมแบบทันสมัยซึ่งช่วยให้นาฬิกาส่องประกายแวววาวได้จากทุกมุม พื้นผิวที่ได้รับการออกแบบพิเศษพร้อมการขัดเงาอย่างปราณีต และขอบที่คมชัดของตัวเรือนและสายซึ่งสัมผัสได้ถึงความสวยงามลงตัวเพื่อสร้างเอฟเฟกต์หลายมิติ

รายละเอียดหน้าปัด

หน้าปัดประกอบด้วยลายใบไม้ Asanoha หรือป่านแบบญี่ปุ่นซึ่งคุ้นเคยในวัฒนธรรมญี่ปุ่นเพื่อใช้ในการออกแบบตั้งแต่สมัยเฮอันเมื่อกว่าพันปีก่อน เส้นใยที่ประกอบเป็นลำต้นของพืชนั้นใช้ในการทำผ้าแบบดั้งเดิมและลายใบไม้มีความสำคัญเป็นพิเศษในวัฒนธรรมญี่ปุ่น เนื่องจากเป็นสัญลักษณ์ของการเติบโตอย่างรวดเร็วและแข็งแรง รวมทั้งความเชื่อที่นำมาซึ่งสุขภาพที่ดีโดยเฉพาะกับเด็ก พื้นผิวหน้าปัดที่มีมิติด้วยเทคนิคการออกแบบทรงเรขาคณิต รวมทั้งขอบคมของหน้าปัดทำให้เกิดการไล่ระดับสีที่ละเอียดอ่อนและสะท้อนแสงในมุมต่าง ๆ อย่างสวยงาม

สีของหน้าปัด

หน้าปัดแต่ลีได้รับแรงบันดาลใจจากแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมที่แตกต่างกัน Shironeri สีขาวเนียน Aitetsu หรือเหล็กสีคราม Tokiwa สีของต้นไม้เขียวชอุ่มตลอดปีและ Susutake ไม้ไผ่รมควันโทนสีน้ำตาล นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มสีของหมึกอินเดียโทนเข้ม Sumiiro เข้ามาอีกด้วย

SEIKO PRESAGE

Sharp Edged Series

GMT

เข็มนาฬิกาตัดมุมคมชัด และหลักบอกเวลาที่เพิ่มความโดดเด่นให้หน้าปัด

นาฬิกาทั้งสี่เรือนในซีรี่ย์นี้ขับเคลื่อนด้วย GMT Caliber 6R64 แปดจังหวะต่อวินาที เข็ม GMT แต่ละอันมีสีที่แตกต่างกันเพื่อให้ดูโดดเด่นบนหน้าปัดแต่ละสีและเช่นเดียวกับเข็มและหลักบอกเวลาซึ่งมี Lumibrite ส่องสว่างในการดูเวลาที่มืด ทั้งนี้เข็ม GMT ยังสามารถใช้เป็นตัวบอกเวลาแบบคู่ได้โดยเข็มชั่วโมงจะปรับได้แม้ในขณะที่เข็มนาทีและวินาทียังคงทำเครื่องหมายเวลาอยู่ วงแหวนหน้าปัดออกแบบสองสีเพื่อแยกเวลากลางวันและกลางคืนได้อย่างรวดเร็ว วันที่จะแสดงบนหน้าปัดย่อยที่ตำแหน่งหกนาฬิกาและมีไฟแสดงสถานะการสำรองพลังงานที่เก้านาฬิกา

 รุ่นพิเศษเฉพาะไซโก บูติก

SPB225J

รุ่นพิเศษที่มีวางจำหน่ายเฉพาะไซโก บูติกรวมทั้งเวปไซต์ของเรา มีหน้าปัดสี Hihada-iro ซึ่งเป็นสีน้ำตาลแดงที่ได้มาจากเปลือกของต้นไซเปรสญี่ปุ่น

Seiko Boutiqueexclusive model

SPB217J
[ Caliber 6R64 ]
พร้อมวางจำหน่ายในเดือนพฤษภาคม 2564
SPB219J
[ Caliber 6R64 ]
พร้อมวางจำหน่ายในเดือนพฤษภาคม 2564
SPB221J
[ Caliber 6R64 ]
พร้อมวางจำหน่ายในเดือนพฤษภาคม 2564
  SPB225J
[ Caliber 6R64 ]
พร้อมวางจำหน่ายในเดือนพฤษภาคม 2564

ซีรีส์ที่ผสมผสานกระบวนการสำคัญของการผลิตนาฬิกาได้อย่างลงตัว

 

ด้วยรูปทรงที่เฉียบคมและเหลี่ยม มาพร้อมตัวเรือนน้ำหนักเบาและสวมใส่สบาย พื้นผิวตัวเรือนและสายที่บางและขัดเงาอย่างปราณีตบ่งบอกถึงความทันสมัย

นาฬิกาทั้งหมดใช้พลังงาน Calibre 6R35 อัญมณี 24 ชิ้น ซึ่งให้พลังงานสำรองได้ 70 ชั่วโมง วัสดุกระจกเป็นแซฟไฟร์คริสตัลและตัวเรือนด้านหลังเป็นแซฟไฟร์เผยให้เห็นความละเอียดอ่อนของกลไล

NEW

SPB167J

[ Caliber 6R35 ]

SPB165J

[ Caliber 6R35 ]

SPB169J

[ Caliber 6R35 ]

SPB170J

[ Caliber 6R35 ]

SPB203J

[ Caliber 6R35 ]

การออกแบบครั้งใหม่ของ SEIKO PROSPEX The 1959 Alpinist Recreation

prospex

 

 

 

 

SEIKO PROSPEX 

The 1959 Alpinist Recreation

ในปีพ. ศ. 2502 นาฬิกา Alpinist เรือนแรกของ Seiko ได้ผลิดขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของนักปีนเขาและผู้ที่ชื่นชอบกีฬาสันทนาการ Alpinist ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีตั้งแต่การผลิตครั้งแรก และในช่วงหลายทศวรรษต่อมากลายเป็นนาฬิกาอันโด่งดังและเป็นที่นิยมแพร่กระจายไปไกลกว่าตลาดญี่ปุ่น จึงเป็นที่น่าสังเกตว่านี่คือนาฬิกา Seiko เรือนแรกที่ผลิตโดยคำนึงถึงกีฬาและเป็นจุดเริ่มต้นที่นำไปสู่การพัฒนานาฬิกาและอุปกรณ์จับเวลาที่โดดเด่นมากมายสำหรับกีฬาตั้งแต่นาฬิกาจับเวลาไปจนถึงนาฬิกาสำหรับนักดำน้ำในทศวรรษต่อ ๆ มา

ในขณะที่ตัวละครหลักยังคงไม่เปลี่ยนแปลง แต่การออกแบบก็มีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา วันนี้นาฬิกา Alpinist เรือนแรกจากปี พ. ศ. 2502 ได้ถือกำเนิดขึ้นใหม่อีกครั้ง ด้วยการออกแบบและสร้างสรรค์ใหม่ให้มีฟังก์ชันการทำงานสูงขึ้นเพื่อตอกย้ำความสำเร็จของ Prospex Alpinist รุ่นแรกในปี 1959

รุ่นดั้งเดิม

ผลิตในปี 1959 ในชื่อ Seiko Laurel Alpinist นาฬิการุ่นนี้เป็นการออกเดินทางครั้งใหม่ของ Seiko และถือเป็นการเข้าสู่เวทีนาฬิกากีฬา มีเคสแบบสกรูด้านหลังเพื่อป้องกันฝุ่นหรือทราย มีสายรัดข้อมือหนังที่ทนทานเพื่อป้องกันนาฬิกาจากเหงื่อ หลักบอกเวลา เข็มชั่วโมงและเข็มนาทีล้วนมี Lumibrite เพื่อให้มองเห็นได้ชัดเจนในความมืด และชื่อ Alpinist ได้ออกแบบเป็นรูปทรงคล้ายภูเขาบนหลักบอกเวลาตำแหน่งที่ 3, 6, 9 และ 12 เครื่องหมายที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนทั้งสี่นี้แสดงถึงสี่จุดหลักบนเข็มทิศและด้วยเครื่องหมายที่ออกแบบมาเป็นพิเศษที่เวลาสิบสองนาฬิกาทำให้สามารถอ่านเวลาได้อย่างถูกต้องในทุกมุม นี่เป็นคุณสมบัติที่กลายเป็นหัวใจสำคัญของการออกแบบนาฬิกาสปอร์ต Seiko รุ่นต่อ ๆ มาและยังคงอยู่จนถึงทุกวันนี้

การออกแบบ

 

การออกแบบและสร้างสรรค์ขึ้นใหม่ทำให้ Alpinist ปี 1959 กลับมามีชีวิตอีกครั้งในทุกรายละเอียด มาร์กเกอร์ขนาดใหญ่เช่นเดิมตั้งอยู่บนหน้าปัดสีดำเงา เครื่องหมายนาทีสีขาวเป็นวงแหวนด้านในบนฐานหน้าปัดเช่นเดียวกับแบบดั้งเดิม และแน่นอน หลักบอกเวลา, เข็มชั่วโมงและนาทีเคลือบด้วย Lumibrite เพื่อให้ดูเวลาได้ชัดเจนแม้ในที่มืด

กระจกเป็นคริสตัลแซฟไฟร์รูปทรงตั้งที่สร้างความรู้สึกอ่อนโยนของกระจกโดมซึ่งถ่ายทอดจากลักษณะเฉพาะของนาฬิกาเดิมขึ้นมาใหม่ นาฬิกามาบนสายหนังอันโดดเด่นที่มีการออกแบบตะเข็บหยักแบบเดียวกับรุ่นก่อน

โดยการออกแบบสร้างสรรค์ใหม่ในครั้งนี้ยังคงยึดถือหลักการออกแบบตามแบบฉบับดั้งเดิม แต่ได้รับการออกแบบให้ทันสมัยด้วยเทคโนโลยีที่ดีขึ้นและมีคุณสมบัติและฟังก์ชันการทำงานอย่างไร้ที่ติของ Prospex อันมีชื่อเสียง รวมทั้งเพิ่มหน้าต่างบอกวันที่ระหว่างหลักบอกเวลาที่ 4 และ 5 และกันน้ำได้ถึง 10 บาร์ มาพร้อมแซฟไฟร์คริสตัลรูปทรงกล่องที่ได้รับการเคลือบป้องกันแสงสะท้อนที่พื้นผิวด้านในทำให้ดูเวลาได้ง่ายและชัดเจน


กลไกล

นาฬิกาใช้กลไก Calibre 6L35 แบบบางซึ่งสำรองพลังงานได้สูงสุด 45 ชั่วโมง แม้จะมีการเพิ่มช่องบอกวันที่และมีประสิทธิภาพที่ดีขึ้น แต่ตัวเรือนก็หนาขึ้นจากรุ่นต้นฉบับเพียง 1.0 มม. เท่านั้น

SEIKO PROSPEX

SEIKO PROSPEX The 1959 Alpinist Recreation

รุ่น SJE085J

[Calibre 6L35]

Limited Edition เพียง 1,959 เรือนทั่วโลก

พร้อมวางจำหน่ายในเดือนสิงหาคม 2564

Alpinist ปี 1959

กับการตีความใหม่ที่ทันสมัย

นอกจากรุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่นแล้ว ยังมีนาฬิการุ่นใหม่อีก 3 เรือน ที่ได้ถูกออกแบบเพื่อตอกย้ำความสำเร็จของ Prospex Alpinist

 

 

รุ่นแรกในปี 1959 ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากการออกแบบที่โดดเด่นของนาฬิการุ่นดั้งเดิม แต่มีความทันสมัยในการใช้งานพร้อมทั้งเทคโนโลยี รูปแบบ และฟังก์ที่ทันสมัยยิ่งขึ้น มาพร้อมการออกแบบให้มี Lumibrite บนเข็มและหลักบอกเวลาสีเงินเพื่อสร้างเอฟเฟกต์หลายมิติ

ตัวเรือนขัดเงาอย่างละเอียดเพื่อสร้างรูปลักษณ์ที่ทันสมัยโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อรวมกับรูปทรงโค้งมนของหน้าปัดและตัวเรือน กระจกเป็นคริสตัลแซฟไฟร์ทรงโค้งที่ทนต่อรอยขีดข่วนและนาฬิกาทั้งหมดกันน้ำได้ถึง 20 บาร์

นาฬิกาทั้ง 3 เรือนใช้กลไก Calibre 6R35 ซึ่งสำรองพลังงานได้สูงสุด 70 ชั่วโมง

SEIKO PROSPEX

The 1959 Alpinist Modern Re-interpretation

SPB241J

[Caliber 6R35]

พร้อมวางจำหน่ายในเดือนสิงหาคม 2564

SPB245J

[Caliber 6R35]

พร้อมวางจำหน่ายในเดือนสิงหาคม 2564

SPB245J

[Caliber 6R35]

พร้อมวางจำหน่ายในเดือนสิงหาคม 2564

SEIKO PROSPEX 

The 1959 Alpinist Re-creation

ในปีพ. ศ. 2502 นาฬิกา Alpinist เรือนแรกของ Seiko ได้ผลิดขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของนักปีนเขาและผู้ที่ชื่นชอบกีฬาสันทนาการ Alpinist ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีตั้งแต่การผลิตครั้งแรก และในช่วงหลายทศวรรษต่อมากลายเป็นนาฬิกาอันโด่งดังและเป็นที่นิยมแพร่กระจายไปไกลกว่าตลาดญี่ปุ่น จึงเป็นที่น่าสังเกตว่านี่คือนาฬิกา Seiko เรือนแรกที่ผลิตโดยคำนึงถึงกีฬาและเป็นจุดเริ่มต้นที่นำไปสู่การพัฒนานาฬิกาและอุปกรณ์จับเวลาที่โดดเด่นมากมายสำหรับกีฬาตั้งแต่นาฬิกาจับเวลาไปจนถึงนาฬิกาสำหรับนักดำน้ำในทศวรรษต่อ ๆ มา
ในขณะที่ตัวละครหลักยังคงไม่เปลี่ยนแปลง แต่การออกแบบก็มีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา วันนี้นาฬิกา Alpinist เรือนแรกจากปี พ. ศ. 2502 ได้ถือกำเนิดขึ้นใหม่อีกครั้ง ด้วยการออกแบบและสร้างสรรค์ใหม่ให้มีฟังก์ชันการทำงานสูงขึ้นเพื่อตอกย้ำความสำเร็จของ Prospex Alpinist รุ่นแรกในปี 1959

ORIGINAL    MODEL 

รุ่นดั้งเดิม
ผลิตในปี 1959 ในชื่อ Seiko Laurel Alpinist นาฬิการุ่นนี้เป็นการออกเดินทางครั้งใหม่ของ Seiko และถือเป็นการเข้าสู่เวทีนาฬิกากีฬา มีเคสแบบสกรูด้านหลังเพื่อป้องกันฝุ่นหรือทราย มีสายรัดข้อมือหนังที่ทนทานเพื่อป้องกันนาฬิกาจากเหงื่อ หลักบอกเวลา เข็มชั่วโมงและเข็มนาทีล้วนมี Lumibrite เพื่อให้มองเห็นได้ชัดเจนในความมืด และชื่อ Alpinist ได้ออกแบบเป็นรูปทรงคล้ายภูเขาบนหลักบอกเวลาตำแหน่งที่ 3, 6, 9 และ 12 เครื่องหมายที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนทั้งสี่นี้แสดงถึงสี่จุดหลักบนเข็มทิศและด้วยเครื่องหมายที่ออกแบบมาเป็นพิเศษที่เวลาสิบสองนาฬิกาทำให้สามารถอ่านเวลาได้อย่างถูกต้องในทุกมุม นี่เป็นคุณสมบัติที่กลายเป็นหัวใจสำคัญของการออกแบบนาฬิกาสปอร์ต Seiko รุ่นต่อ ๆ มาและยังคงอยู่จนถึงทุกวันนี้

การออกแบบ

การออกแบบและสร้างสรรค์ขึ้นใหม่ทำให้ Alpinist ปี 1959 กลับมามีชีวิตอีกครั้งในทุกรายละเอียด มาร์กเกอร์ขนาดใหญ่เช่นเดิมตั้งอยู่บนหน้าปัดสีดำเงา เครื่องหมายนาทีสีขาวเป็นวงแหวนด้านในบนฐานหน้าปัดเช่นเดียวกับแบบดั้งเดิม และแน่นอน หลักบอกเวลา, เข็มชั่วโมงและนาทีเคลือบด้วย Lumibrite เพื่อให้ดูเวลาได้ชัดเจนแม้ในที่มืด
กระจกเป็นคริสตัลแซฟไฟร์รูปทรงตั้งที่สร้างความรู้สึกอ่อนโยนของกระจกโดมซึ่งถ่ายทอดจากลักษณะเฉพาะของนาฬิกาเดิมขึ้นมาใหม่ นาฬิกามาบนสายหนังอันโดดเด่นที่มีการออกแบบตะเข็บหยักแบบเดียวกับรุ่นก่อน
โดยการออกแบบสร้างสรรค์ใหม่ในครั้งนี้ยังคงยึดถือหลักการออกแบบตามแบบฉบับดั้งเดิม แต่ได้รับการออกแบบให้ทันสมัยด้วยเทคโนโลยีที่ดีขึ้นและมีคุณสมบัติและฟังก์ชันการทำงานอย่างไร้ที่ติของ Prospex อันมีชื่อเสียง รวมทั้งเพิ่มหน้าต่างบอกวันที่ระหว่างหลักบอกเวลาที่ 4 และ 5 และกันน้ำได้ถึง 10 บาร์ มาพร้อมแซฟไฟร์คริสตัลรูปทรงกล่องที่ได้รับการเคลือบป้องกันแสงสะท้อนที่พื้นผิวด้านในทำให้ดูเวลาได้ง่ายและชัดเจน
นาฬิกาใช้กลไก Calibre 6L35 แบบบางซึ่งสำรองพลังงานได้สูงสุด 45 ชั่วโมง แม้จะมีการเพิ่มช่องบอกวันที่และมีประสิทธิภาพที่ดีขึ้น แต่ตัวเรือนก็หนาขึ้นจากรุ่นต้นฉบับเพียง 1.0 มม. เท่านั้น

SEIKO PROSPEX

The 1959 Alpinist Re-creation

SJE085J

[Caliber 6L35]

Limited Edition เพียง 1,959 เรือนทั่วโลก

พร้อมวางจำหน่ายในเดือนสิงหาคม 2564

  The 1959 Alpinist

Modern Re-interpretation 

 

นอกจากรุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่นแล้ว ยังมีนาฬิการุ่นใหม่อีก 3 เรือน ที่ได้ถูกออกแบบเพื่อตอกย้ำความสำเร็จของ Prospex Alpinist
รุ่นแรกในปี 1959 ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากการออกแบบที่โดดเด่นของนาฬิการุ่นดั้งเดิม แต่มีความทันสมัยในการใช้งานพร้อมทั้งเทคโนโลยี รูปแบบ และฟังก์ที่ทันสมัยยิ่งขึ้น มาพร้อมการออกแบบให้มี Lumibrite บนเข็มและหลักบอกเวลาสีเงินเพื่อสร้างเอฟเฟกต์หลายมิติ
ตัวเรือนขัดเงาอย่างละเอียดเพื่อสร้างรูปลักษณ์ที่ทันสมัยโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อรวมกับรูปทรงโค้งมนของหน้าปัดและตัวเรือน กระจกเป็นคริสตัลแซฟไฟร์ทรงโค้งที่ทนต่อรอยขีดข่วนและนาฬิกาทั้งหมดกันน้ำได้ถึง 20 บาร์

นาฬิกาทั้ง 3 เรือนใช้กลไก Calibre 6R35 ซึ่งสำรองพลังงานได้สูงสุด 70 ชั่วโมง

SEIKO PROSPEX

The 1959 Alpinist Modern Re-interpretation

SPB241J

[Caliber 6R35]

พร้อมวางจำหน่ายในเดือนสิงหาคม 2564

SPB245J

[Caliber 6R35]

พร้อมวางจำหน่ายในเดือนสิงหาคม 2564

SPB245J

[Caliber 6R35]

พร้อมวางจำหน่ายในเดือนสิงหาคม 2564

ฉลองครบรอบ 140 ปี กับไซโกรุ่น Limited Edition

เมื่อคินทาโร่ฮัตโตริก่อตั้ง บริษัท ในปี 2424 เขาอายุเพียง 21 ตลอดเวลา 50 ปีแห่งการเป็นผู้นำ Seiko กลายเป็นบริษัทนาฬิกาชั้นนำในญี่ปุ่นด้วยการออกแบบที่สร้างสรรค์ และโรงงานผลิต ความสำเร็จนี้เป็นผลโดยตรงจากวิสัยทัศน์ของเขาที่เชื่อเสมอว่าไซโกควรจะ  “นำหน้าผู้อื่น หนึ่งก้าวเสมอ” คำพูดของเขายังคงดังก้องและยังคงสร้างแรงบันดาลใจให้ไซโกในปัจจุบัน เพื่อเฉลิมฉลองวันครบรอบ 140 ปีของไซโกไปกับนาฬิการุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่นสี่รุ่นที่แสดงถึงความเชี่ยวชาญด้านการผลิตนาฬิกาของ Seiko ตั้งแต่ระบบอัตโนมัติไปจนถึง GPS Solar

การออกแบบ

การถ่ายภาพท้องฟ้าสีครามที่ทะลุผ่านก้อนเมฆด้วยการผสมผสานของหน้าปัดสีขาวเงินกับสีน้ำเงินเข้าด้วยกัน

มาเป็นนาฬิกาจากในคอลเลกชั่นพิเศษตัวของ Seiko เฉกเช่นแสงแดดที่สาดส่องไปทั่วท้องฟ้าซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้เราก้าวไปสู่อนาคตที่สดใสกว่าเดิม

PROSPEX

PRESAGE

ASTRON

5 Sports

LINE UP

การตีความใหม่อย่างทันสมัยของนาฬิกานักดำน้ำเรือนแรกของ Seiko จากปี 1965

หน้าปัดโทนสว่าง พร้อมด้วย Lumibrite ที่ให้ความสว่างสูงในที่มืด เม็ดมะยมแบบขันเกลียวและตัวเรือนด้านหลังให้ความทนทานต่อน้ำลึกมากถึง 200 เมตร ตัวเรือนและด้านหลังของนาฬิกามีรูปทรงสวยงามและลงตัวเมื่อสวมใส่

ไซโก Prospex รุ่น SPB213J

Limited Edition เพียง 6,000 เรือนทั่วโลก

พร้อมวางจำหน่ายในเดือนพฤษภาคม 2564

ตัวเรือนและสายของ Presage Sharp Edged Series ถูกผลิตเพื่อผิวสัมผัสที่เรียบแต่มีมุมที่คมชัดซึ่งช่วยให้นาฬิกาเป็นประกายจากทุกมุม ตัวเรือนมีการเคลือบให้แข็งแรงเป็นพิเศษซึ่งช่วยปกป้องตัวเรือนและสายจากรอยขีดข่วน และยังคงความสดใสด้วยหน้าปัดที่มีลายใบอาซาโนะฮะหรือป่านที่ใช้มานานกว่าพันปีในผ้าและสถาปัตยกรรมญี่ปุ่น พื้นผิวที่มีลวดลายทรงเรขาคณิตของหน้าปัดทำให้เกิดเฉดสีที่หลากหลายไม่สิ้นสุดในมุมที่ต่างกันเมื่อแสงเคลื่อนผ่านหน้าปัด และกลไกอัตโนมัติ GMT calibre 6R64

ไซโก Presage รุ่น SPB223J

Limited Edition เพียง 6,000 เรือนทั่วโลก

พร้อมวางจำหน่ายในเดือนพฤษภาคม 2564

ตัวเรือนของการผลิต Astron GPS Solar นี้ มีรูปทรงโค้งแบบเดียวกันและตัวเรือนกว้างแบบเดียวกับนาฬิกา Quartz ของ Astron ในปี 1969 ซึ่งยังคงเป็นหนึ่งในความสำเร็จทางเทคโนโลยีที่โด่งดังที่สุดของไซโก การออกแบบได้รับการพัฒนาให้ทันสมัยด้วย GPS Solar Dual-Time Calibre 5X53 ที่ปรับเวลาให้ตรงกับทุกที่ในโลก* โดยใช้เพียงพลังของแสง ผนวกกับคุณสมบัติขั้นสูงมากมายรวมถึงการปรับโซนเวลาอย่างรวดเร็วสูงสุดและ ฟังก์ชัน ‘สลับเวลาระหว่าง Home time และ Local time’ โดนเด่นด้วยหน้าปัดสีเงินอ่อนสะอาดตาพร้อมด้วยขอบหน้าปัดเซรามิกสีน้ำเงิน

* หากมีการเปลี่ยนแปลงในภูมิภาค / เขตเวลา / DST, อาจจะต้องตั้งค่าด้วยตัวเอง

ไซโก Astron รุ่น SSH093J

Limited Edition เพียง 6,000 เรือนทั่วโลก

พร้อมวางจำหน่ายในเดือนพฤษภาคม 2564

ตัวเรือนที่คุ้นตาในทันทีแต่แปลกใหม่ด้วยหน้าปัดสีขาว ซึ่งถือเป็นครั้งแรกสำหรับ Seiko 5 Sports ที่นำเสนอด้วยหน้าปัดที่งดงามแพรวพราว ขอบหน้าปัดและเข็มนาฬิกาสีน้ำเงินซึ่งแมทช์กับการสวมใส่ตลอดฤดูร้อน มาพร้อมกลไกอัตโนมัติ Calibre 4R36 อันเลื่องชื่อของ Seiko จึงไม่แปลกใจที่ New Seiko 5 Sports ครองใจหลาย ๆ คนมายาวนาน

New Seiko 5 Sports รุ่น SRPG47K

Limited Edition เพียง 6,000 เรือนทั่วโลก

พร้อมวางจำหน่ายในเดือนพฤษภาคม 2564

ฉลองครบรอบ 140 ปี กับไซโกรุ่น Limited Edition

 

เมื่อคินทาโร่ฮัตโตริก่อตั้ง บริษัท ในปี 2424 เขาอายุเพียง 21 ตลอดเวลา 50 ปีแห่งการเป็นผู้นำ Seiko กลายเป็นบริษัทนาฬิกาชั้นนำในญี่ปุ่นด้วยการออกแบบที่สร้างสรรค์ และโรงงานผลิต ความสำเร็จนี้เป็นผลโดยตรงจากวิสัยทัศน์ของเขาที่เชื่อเสมอว่าไซโกควรจะ “นำหน้าผู้อื่น หนึ่งก้าวเสมอ” คำพูดของเขายังคงดังก้องและยังคงสร้างแรงบันดาลใจให้ไซโกในปัจจุบัน เพื่อเฉลิมฉลองวันครบรอบ 140 ปีของไซโกไปกับนาฬิการุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่นสี่รุ่นที่แสดงถึงความเชี่ยวชาญด้านการผลิตนาฬิกาของ Seiko ตั้งแต่ระบบอัตโนมัติไปจนถึง GPS Solar
การออกแบบ
การถ่ายภาพท้องฟ้าสีครามที่ทะลุผ่านก้อนเมฆด้วยการผสมผสานของหน้าปัดสีขาวเงินกับสีน้ำเงินเข้าด้วยกันมาเป็นนาฬิกาจากในคอลเลกชั่นพิเศษตัวของ Seiko เฉกเช่นแสงแดดที่สาดส่องไปทั่วท้องฟ้าซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้เราก้าวไปสู่อนาคตที่สดใสกว่าเดิม
 

 

 

LINE UP

ไซโก Presage รุ่น SPB223J
Limited Edition เพียง 6,000 เรือนทั่วโลก
พร้อมวางจำหน่ายในเดือนพฤษภาคม 2564
ไซโก Presage รุ่น SPB223J
Limited Edition เพียง 6,000 เรือนทั่วโลก
พร้อมวางจำหน่ายในเดือนพฤษภาคม 2564
ไซโก Astron รุ่น SSH093J
Limited Edition เพียง 6,000 เรือนทั่วโลก
พร้อมวางจำหน่ายในเดือนพฤษภาคม 2564
New Seiko 5 Sports รุ่น SRPG47K
Limited Edition เพียง 6,000 เรือนทั่วโลก
พร้อมวางจำหน่ายในเดือนพฤษภาคม 2564

The Island Green

เมื่อคินทาโร่ ฮัตโตริ ก่อตั้งบริษัท ของเขาในปี ค.ส. 1881 เขาอายุเพียง 21 ปี ตลอดระยะเวลา 50 ปีที่ดำรงตำแหน่งผู้บริหารสูงสุด Seiko กลายเป็นบริษัทนาฬิกาชั้นนำในญี่ปุ่นโดยมีโรงงานออกแบบและผลิตเป็นของตัวเอง ความสำเร็จนี้เป็นผลโดยตรงจากวิสัยทัศน์ที่มุ่งมั่นที่ Seiko ควรจะ “นำหน้าผู้อื่น หนึ่งก้าวเสมอ” คำพูดของเขายังคงดังก้องและยังคงสร้างแรงบันดาลใจให้ Seiko ในปัจจุบัน ตลอดทั้งปีนี้ Seiko จะเปิดตัวชุดการสร้างสรรค์ที่รวบรวมจิตวิญญาณของคำพูดของ Kintaro และเป็นเกียรติแก่วันครบรอบ 140 ปีของการก่อตั้ง บริษัทของเขา การเฉลิมฉลองเริ่มต้นด้วยนาฬิกา Prospex, Presage และ Astron ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากภูมิประเทศท้องทะเลของญี่ปุ่น

จาก Seiko Prospex ซีรีส์ใหม่ที่มุ่งเน้นไปที่ความงามของธรรมชาติ นาฬิกาจับภาพทิวทัศน์สีเขียวเข้มของมหาสมุทรอันอุดมสมบูรณ์ที่ล้อมรอบเกาะอิริโอโมเตะ

เกาะอิริโอโมเตะในจังหวัดโอกินาวาดึงดูดนักดำน้ำจากทั่วทุกมุมโลก แนวปะการังที่อุดมสมบูรณ์เต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตในทะเล แต่เสน่ห์พิเศษของเกาะนี้อยู่ที่ป่าชายเลนดึกดำบรรพ์และป่าชายเลนที่บริสุทธิ์ที่ล้อมรอบ นอกจากนี้ อิริโอโมเตะยังเป็นจุดกำเนิดของพืชและสัตว์หลายชนิดที่หายากและบางสายพันธุ์ยังพบเจอได้จากเกาะแห่งนี้เท่านั้ 

SLA047J

SPB207J

SSC807J

ในฐานะสุดยอดของการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตนาฬิกาของ Seiko วันนี้จึงมีการนำเสนอนาฬิกาสำหรับนักดำน้ำในตัวเรือนสแตนเลสสตีลที่มีหน้าปัดสีเขียวซึ่งมีคุณสมบัติกันน้ำได้สูงถึง 300 เมตร ลิมิเตด อิดิชั่นเพียง 3,000 เรือนทั่วโลก

SEIKO PROSPEX
SLA047J

การออกแบบ

นาฬิกาพร้อมกระจกคริสตัลแซฟไฟร์เคลือบสารป้องกันแสงสะท้อนที่พื้นผิวด้านใน กรอบของหน้าปัดเป็นเซรามิกเซอร์โคเนีย เพื่อตอกย้ำความชัดเจนและความแข็งแกร่งสูงสุด เข็มวินาทีสีทองที่ชวนให้นึกถึงพระอาทิตย์ยามเช้าที่ขึ้นเหนือผืนป่าอันเขียวชอุ่มทำให้เกิดความโดดเด่นบนหน้าปัดสีเขียวเข้ม

สายพิเศษ

นาฬิกามีสายซิลิโคนสีเขียวเข้มในกล่อง ตอบโจทย์การใช้งานหลากหลายรูปแบบ

 

กลไก

นาฬิกาขับเคลื่อนโดยเครื่อง 8L35 ซึ่งได้รับการพัฒนาโดยเฉพาะสำหรับนาฬิกาของนักดำน้ำและประกอบด้วยมือที่สตูดิโอการผลิตในเมืองชิซูกูอิชิ

SPB207J

SSC807J

SEIKO PROSPEX
SPB207J

SPB207J ลิมิเตด อิดิชั่น เพียง 6,000 เรือนทั่วโลก

การออกแบบ

แรงบันดาลใจจากนาฬิกาดำน้ำ 300 เมตร ในตำนานเมื่อปี 1968 นาฬิการุ่นนี้ได้ถูกตีความและออกแบบใหม่ให้ทันสมัยยื่งขึ้น แต่ยังคงการออกแบบที่เฉียบคมและทรงพลังตามแบบฉบับเดิม นาฬิการุ่นใหม่นี้มีกรอบที่บางลงและดีไซน์ร่วมสมัยทั้งเข็มนาทีและชั่วโมง

สายพิเศษ

นาฬิกามีสายซิลิโคนสีเขียวเข้มในกล่อง ตอบโจทย์การใช้งานหลากหลายรูปแบบ

SEIKO PROSPEX
SSC807J

SSC807J ลิมิเตด อิดิชั่นเพียง 4,000 เรือนทั่วโลก

การออกแบบ

นาฬิกาออกแบบด้วยตัวเรือนที่แฟน ๆ ได้ให้ฉายาว่า “ซูโม่” มาช้านาน ด้วยตัวเรือนที่สง่างามและลงตัว
นาฬิกากันน้ำลึก 200 เมตร พร้อมเม็ดมะยมแบบขันเกลียวเพื่อความปลอดภัยของนักดำน้ำตัวจริง

สายพิเศษ

นาฬิกามีสายซิลิโคนสีเขียวเข้มในกล่อง ตอบโจทย์การใช้งานหลากหลายรูปแบบ

เมื่อคินทาโร่ ฮัตโตริ ก่อตั้งบริษัท ของเขาในปี ค.ส. 1881 เขาอายุเพียง 21 ปี ตลอดระยะเวลา 50 ปีที่ดำรงตำแหน่งผู้บริหารสูงสุด Seiko กลายเป็นบริษัทนาฬิกาชั้นนำในญี่ปุ่นโดยมีโรงงานออกแบบและผลิตเป็นของตัวเอง ความสำเร็จนี้เป็นผลโดยตรงจากวิสัยทัศน์ที่มุ่งมั่นที่ Seiko ควรจะ “นำหน้าผู้อื่นหนึ่งก้าวเสมอ” คำพูดของเขายังคงดังก้องและยังคงสร้างแรงบันดาลใจให้ Seiko ในปัจจุบัน ตลอดทั้งปีนี้ Seiko จะเปิดตัวชุดการสร้างสรรค์ที่รวบรวมจิตวิญญาณของคำพูดของ Kintaro และเป็นเกียรติแก่วันครบรอบ 140 ปีของการก่อตั้ง บริษัทของเขา การเฉลิมฉลองเริ่มต้นด้วยนาฬิกา Prospex, Presage และ Astron ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากภูมิประเทศท้องทะเลของญี่ปุ่น
จาก Seiko Prospex ซีรีส์ใหม่ที่มุ่งเน้นไปที่ความงามของธรรมชาติ นาฬิกาจับภาพทิวทัศน์สีเขียวเข้มของมหาสมุทรอันอุดมสมบูรณ์ที่ล้อมรอบเกาะอิริโอโมเตะ
เกาะอิริโอโมเตะในจังหวัดโอกินาวาดึงดูดนักดำน้ำจากทั่วทุกมุมโลก แนวปะการังที่อุดมสมบูรณ์เต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตในทะเล แต่เสน่ห์พิเศษของเกาะนี้อยู่ที่ป่าชายเลนดึกดำบรรพ์และป่าชายเลนที่บริสุทธิ์ที่ล้อมรอบ นอกจากนี้ อิริโอโมเตะยังเป็นจุดกำเนิดของพืชและสัตว์หลายชนิดที่หายากและบางสายพันธุ์ยังพบเจอได้จากเกาะแห่งนี้เท่านั้น

SLA047J

SPB207J

SSC807J

ในฐานะสุดยอดของการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตนาฬิกาของ Seiko วันนี้จึงมีการนำเสนอนาฬิกาสำหรับนักดำน้ำในตัวเรือนสแตนเลสสตีลที่มีหน้าปัดสีเขียวซึ่งมีคุณสมบัติกันน้ำได้สูงถึง 300 เมตร ลิมิเตด อิดิชั่นเพียง 3,000 เรือนทั่วโลก

SEIKO PROSPEX
SLA047J

การออกแบบ

นาฬิกาพร้อมกระจกคริสตัลแซฟไฟร์เคลือบสารป้องกันแสงสะท้อนที่พื้นผิวด้านใน กรอบของหน้าปัดเป็นเซรามิกเซอร์โคเนีย เพื่อตอกย้ำความชัดเจนและความแข็งแกร่งสูงสุด เข็มวินาทีสีทองที่ชวนให้นึกถึงพระอาทิตย์ยามเช้าที่ขึ้นเหนือผืนป่าอันเขียวชอุ่มทำให้เกิดความโดดเด่นบนหน้าปัดสีเขียวเข้ม

กลไก

นาฬิกาขับเคลื่อนโดยเครื่อง 8L35 ซึ่งได้รับการพัฒนาโดยเฉพาะสำหรับนาฬิกาของนักดำน้ำและประกอบด้วยมือที่สตูดิโอการผลิตในเมืองชิซูกูอิชิ

สายพิเศษ

นาฬิกามีสายซิลิโคนสีเขียวเข้มในกล่อง ตอบโจทย์การใช้งานหลากหลายรูปแบบ

SPB207J

SSC807J

SEIKO PROSPEX
SPB207J

SPB207J ลิมิเตด อิดิชั่น เพียง 6,000 เรือนทั่วโลก

การออกแบบ

แรงบันดาลใจจากนาฬิกาดำน้ำ 300 เมตร ในตำนานเมื่อปี 1968 นาฬิการุ่นนี้ได้ถูกตีความและออกแบบใหม่ให้ทันสมัยยื่งขึ้น แต่ยังคงการออกแบบที่เฉียบคมและทรงพลังตามแบบฉบับเดิม นาฬิการุ่นใหม่นี้มีกรอบที่บางลงและดีไซน์ร่วมสมัยทั้งเข็มนาทีและชั่วโมง

สายพิเศษ

นาฬิกามีสายซิลิโคนสีเขียวเข้มในกล่อง ตอบโจทย์การใช้งานหลากหลายรูปแบบ

SEIKO PROSPEX
SSC807J1

SSC807J ลิมิเตด อิดิชั่นเพียง 4,000 เรือนทั่วโลก

การออกแบบ

นาฬิกาออกแบบด้วยตัวเรือนที่แฟน ๆ ได้ให้ฉายาว่า “ซูโม่” มาช้านาน ด้วยตัวเรือนที่สง่างามและลงตัว นาฬิกากันน้ำลึก 200 เมตร พร้อมเม็ดมะยมแบบขันเกลียวเพื่อความปลอดภัยของนักดำน้ำตัวจริง

สายพิเศษ

นาฬิกามีสายซิลิโคนสีเขียวเข้มในกล่อง ตอบโจทย์การใช้งานหลากหลายรูปแบบ

Seiko Pick Up แนะนำนาฬิกาไซโกน่าลงทุน ดีไซน์โดนใจตลอดกาล

             หลายคนอาจจะเคยได้ยินหรือพอจะรู้กันมาบ้างว่าตอนนี้การลงทุนไม่ได้มีเพียงแค่การเล่นหุ้น ซื้อทองหรืออสังหาริมทรัพย์เพียงอย่างเดียว แต่เครื่องประดับอย่างนาฬิกาก็เป็นทางเลือกในการลงทุนที่คุ้มค่าและน่าจับตามองอีกวิธีหนึ่ง โดยเฉพาะกลุ่มคนที่หลงใหลในนาฬิกา มีการเก็บสะสมรุ่นลิมิเต็ดและเพิ่มมูลค่ากันอย่างจริงจัง ซึ่งนาฬิกาที่ “น่าลงทุน” นั้นมีต้นตอมาจากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นวัสดุที่ผลิต สตอรี่ของนาฬิกา โทนสีที่พิเศษ หรืออื่นๆนอกเหนือจากนี้ โดยนาฬิกาไซโกเอง ก็มีการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งตั้งแต่นาฬิกาดำน้ำไปจนถึงรุ่นที่สวมใส่ได้ในทุกโอกาส ซึ่งเราขอ Pick up นาฬิกาไซโกรุ่นที่น่าสนใจ ควรค่าแก่การลงทุนและมีดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์มาแนะนำให้ทุกคนรู้จักกัน

1.NEW SEIKO 5 SPORTS AUTOMATIC รุ่น SRPE71K ราคา 14,100 บาท

          เปิดตัวกันด้วยน้องใหม่แต่ไม่ธรรมดา กับรุ่น SRPE71K ที่ใครเห็นเป็นต้องหยุดมองทุกครั้งกับตัวเรือนสีเงินสุดโดดเด่นเข้าคู่กับสายนาฬิกาที่ทำจาก     สแตนเลสสตีล หน้าปัดนาฬิกาทำจากกระจกฮาร์ดเล็กซ์ คริสตัล หากสังเกตดี ๆ สัญลักษณ์และตัวเลขบนขอบตัวเรือนนั้นเป็นแบบ 3 มิติและมีตัวอักษรที่ดูดุดัน ขับเคลื่อนด้วยกลไกระบบอัติโขนมัติคาลิเบอร์ 4R36 ประสิทธิภาพกันน้ำได้สูงสุด 100 เมตร ใช้งานง่ายแถมมีดีไซน์ที่หรูหรา เร้าใจตอบโจทย์ทั้งการสวมใส่และความสวยงาม นักศึกษาหรือ First jobber ที่อยากจะมีนาฬิกาที่เข้าได้กับทุกสไตล์ คุณภาพดีงามไว้ข้างกายสักเรือน การลงทุนกับนาฬิกาที่มีวัสดุทนทาน กลไกดีเยี่ยมอย่างรุ่น SRPE71K  ก็ถือว่าเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าเลย

2.SEIKO PROSPEX AUTOMATIC MEN WATCH ASIA SPECIAL EDITION รุ่น SRPF35K ราคา 18,200 บาท

          เห็นครั้งแรกก็ต้องสะดุดกับสีสันที่แปลกตาของนาฬิกาเรือนนี้ ในรุ่น SRPF35K หรือที่เหล่านักสะสมให้สมญานามว่า“Monster” อสูรกายใต้ท้องทะเล มาพร้อมหน้าปัดสีเหลือง – ดำสุดร้อนแรง ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากปลา Moorish Idol หรือปลาผีเสื้อเทวรูปที่ใต้ทะเลลึก ตัวเรือนทำจากแสตนเลสสตีล หน้าปัดทำจากกระจกฮาร์ดเล็กซ์ คริสตัล สายโพลีเทนสีเขียวเข้ม น้ำหนักเบาสวมใส่สบาย ขับเคลื่อนด้วยกลไก 4R36 ประสิทธิภาพกันน้ำลึกอยู่ที่ 200 เมตรเลยทีเดียว และเหตุผลที่ควรค่าสำหรับการลงทุนกับเจ้า Monster เรือนนี้ก็คือความพิเศษของการผลิต เพราะนาฬิการุ่นนี้เป็น Asia Special Edition จัดจำหน่ายเฉพาะในแถบเอเชียเท่านั้น

หากใครกำลังอยากเลือกลงทุนนาฬิกาดีไซน์สวย ฟังก์ชันครบ นี่คือคำตอบ

3. SEIKO PRESAGE AUTOMATIC THAILAND LIMITED EDITION 599 รุ่น SSA402J ราคา 28,500 บาท

          ถ้าพูดถึงค็อกเทล เครื่องดื่มสุดโปรดในดวงใจใครหลายคนที่บ่งบอกสไตล์ของผู้ดื่มตามส่วนผสมที่จับมาผสมผสานกันออกมาอย่างลงตัว ก็ต้องบอกเลยว่าสิ่งนี้คือแก่นแท้ของนาฬิการุ่น Seiko Presage รุ่น SSA402J ที่นำเอา “Phuket Paradise Cocktail” คอกเทลชื่อดังของจังหวัดภูเก็ตมาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบ ดึงเอกลักษณ์โทนสีของค็อกเทลออกมาผ่านตัวเรือนสีทอง จับคู่กับสายหนังลูกวัวสีน้ำตาล หน้าปัดทำจากกระจกคริสตัลฮาร์ดเล็กซ์ คริสตัล ทำให้ออกมาดูหรูหรา คลาสสิกอย่างลงตัว ขับเคลื่อนด้วยกลไกระบบอัติโนมัติคาลิเบอร์ 4R36 ประสิทธิภาพกันน้ำ 50 เมตร ความพิเศษของรุ่นนี้นอกจากดีไซน์ที่สวยงามลงตัวแล้ว ยังเป็นรุ่น Limited Edition ผลิตออกมาเพียง 599 เรือนเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น ใครที่ชอบความวินเทจดูมีสไตล์ เรือนนี้ควรค่าแก่การลงทุนนาฬิกาที่ดีให้ตัวเองซักเรือน

4.SEIKO PROSPEX AUTOMATIC DIVER'S 200M PADI SPECIAL EDITION รุ่น SPB181J ราคา 29,100 บาท

          ถ้าพูดถึงนาฬิกาที่น่าสะสม น่าลงทุนและสวยงามจะไม่มี Seiko Prospex รุ่น SPB181J ได้ไง เหล่านักสะสมจะมีชื่อเรียกรุ่นนี้สั้นๆ ว่า “ซูโม่ PADI” เจ้าเรือนเวลารุ่นนี้มีความพิเศษตรงที่เป็นคอลเลคชั่นที่ทางแบรนด์ไซโกร่วมมือกับ PADI สมาคมนักดำน้ำมืออาชีพ ซึ่งขอแอบบอกก่อนว่าไซโกไม่ได้ทำการออกแบบร่วมกับพาร์ทเนอร์บ่อยนัก รุ่น SPB181J โดดเด่นด้วยดีไซน์ขอบตัวเรือนสีแดงตัดน้ำเงินอันเป็นเอกลักษณ์ของ PADI สายและตัวเรือนทำจากแสตนเลสสตีล  หน้าปัดกระจกแชฟไฟร์ คริสตัล กลไกบอกเวลาขับเคลื่อนด้วย เครื่องอัตโนมัติ คาลิเบอร์ 6R35 ประสิทธิภาพกันน้ำถึง 200 เมตร เรียกได้ว่าถ้าซื้อมาสวมใส่ก็เข้ากันได้กับทุกสไตล์หรือจะซื้อมาสะสมเก็บไว้ รุ่น Special Edition แบบนี้คุ้มค่ากับการสะสมแน่นอน

5.SEIKO PROSPEX AUTOMATIC MEN WATCH รุ่น SPB185J ราคา 49,800 บาท

          ใครที่เป็นนักสะสมนาฬิกาวินเทจอาจจะคุ้นหน้าคุ้นตากับดีไซน์ตัวเรือนของรุ่นนี้ เพราะได้แรงบันดาลใจมาจากนาฬิกาไซโกในรุ่นวินเทจเมื่อปี 1968 แต่เอามาแต่งตัวแปลงโฉมให้คมเข้ม หรูหราและยังคงความคลาสสิกไว้ หน้าปัดสีดำดุดันประกบด้วยกระจกแซฟไฟร์ คริสตัล ตัวเรือนและสายทำจากแสตนเลสสตีล ขับเคลื่อนเรือนเวลาด้วยกลไกเครื่องคาลิเบอร์ 6R35 ที่สำรองพลังงานได้นานถึง 70 ชั่วโมง และประสิทธิภาพกันน้ำลึกได้ 200 เมตร ตัวเรือนและสายบางลงกว่าเดิมจากดีไซน์ใหม่ ทำให้สวมใส่สบายทั้งในชีวิตประจำวันและกิจกรรมทางน้ำ เรียกได้ว่ารุ่น SPB185J ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีก็ยังเป็นนาฬิกาที่หนุ่มๆ ยังต้องมีในคอลเลคชั่นของตัวเอง ใครที่ตามเก็บรุ่นวินเทจในปี 1968 ไม่ทันขอบอกเลยว่าต้องมีเจ้ารุ่นนี้คุ้มค่ากับการลงทุนไว้ในครอบครองอย่างไม่ต้องสงสัยเลย

6. SEIKO Astron GPS Solar รุ่น SSH049J ราคา 88,200 บาท SEIKO ASTRON GPS SOLAR รุ่น SSH079J

          ปิดท้ายกันด้วยรุ่น SSH049J ที่เห็นเพียงครั้งแรกก็ต้องร้องว่า “ทำไมถึงหล่อขนาดนี้!?” กับหน้าปัดสีน้ำเงินเข้มดุดัน หรูหราและน่าหลงใหล ตัดกับหลักชั่วโมงสีโรสโกลด์ หน้าปัดทำด้วยกระจกแซฟไฟร์คริสตัลป้องกันรอยขีดข่วน ตัวเรือนและสายทำจากแสตนเลสสตีลสีเงิน ความพิเศษของรุ่นนี้ที่ใครได้ครอบครองต้องบอกเลยว่าคุ้ม คือกลไกพิเศษระบบ GPS Solar จีพีเอสพลังงานแสงอาทิตย์รุ่นแรกของโลก แยกแยะไทม์โซนและบอกเวลาท้องถิ่นได้ทั่วทุกมุมโลกอย่างถูกต้องไม่ว่าคุณจะอยู่บนยอดเขา ในมหาสมุทรหรือกลางทะเลทราย เจ้าเรือนเวลารุ่นนี้ก็ยังบอกเวลาคุณได้อย่างแม่นยำ ความพิเศษยังไม่จบเท่านี้ Seiko Astron ยังมีวงแหวนรับสัญญาณที่ผลิตเฉพาะสำหรับนาฬิกา Seiko ติดตั้งอยู่ใต้วงแหวนหน้าปัดทำให้รับสัญญาณได้โดยโดยอัตโนมัติ ไม่ว่านาฬิกาจะหันอยู่ในทิศทางใดและหากคุณกำลังเดินทางด้วยเครื่องบิน นาฬิกาประเภทนี้จะป้องกันไม่ให้มีสัญญาณรบกวนการทำงานของอุปกรณ์รับสัญญาณบนเครื่องบินอีกด้วย เปรียบได้ว่าถ้าเป็นผู้ชาย คือทั้งรูปหล่อ เร้าใจและฟังก์ชันครบเลยทีเดียว

             เป็นยังไงกันบ้างกับนาฬิการุ่นน่าสะสม คุ้มค่ากับการลงทุนที่เราขอ Pick up มาให้ทุกคนได้ทำความรู้จักกัน แต่ละรุ่นขอบอกเลยว่ามีความพิเศษและมีเสน่ห์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวแตกต่างกันออกไปด้วยแรงบันดาลใจที่ผลักดันดีไซน์ไม่เหมือนกัน สืบเนื่องมาจากความตั้งใจอันแน่วแน่ของ Seiko ว่า “Keep Going Forward” เราจึงไม่หยุดที่จะพัฒนาและสร้างสรรค์ปราณีตศิลป์แห่งเวลาสู่มือคุณ เรียกได้ว่านาฬิกาไซโกทุกเรือนมีคุณค่าในตัวเองที่ผ่านการคิด ค้นหาแรงบันดาลใจนับไม่ถ้วน คุ้ม


กับวัสดุและความพิเศษที่หาจากที่ไหนไม่ได้ และมีกลไกที่หลากหลายรูปแบบตามกิจกรรมของผู้สวมใส่ที่แตกต่างกัน หากใครกำลังอยากลงทุนกับนาฬิกที่ตอบโจทย์ทั้งการสวมใส่และสะสม นาฬิกาไซโกคือคำตอบของเวลาที่คุณตามหา สามารถเข้ามาชมสินค้าได้ที่เว็บไซต์ seikoboutiquethailand.com ได้เลย

รวมความพิเศษ นาฬิกาไซโก 9 เรือนที่สุดของรุ่นในปี2020

ในช่วงที่เรากำลังก้าวผ่านข้ามเวลาปี 2020 เข้าสู่ปี 2021 เป็นช่วงเวลาที่ใครหลายคนกำลังหวนคิดถึงตลอดปีทีี่ผ่านมาและกำลังมองหน้าแรงบันดาลใจใหม่ ๆ ในปีที่กำลังจะถึง อย่างเช่นไซโกที่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปอีกกี่ปี เราก็ยังคงสร้างสรรค์นาฬิกาที่ดีที่สุดให้กับทุกคนในตลอดปีที่ผ่านมา และพัฒนาศาสตร์ – ศิลป์แห่งกาลเวลาให้ดียิ่งขึ้นในปีต่อไป ไซโกจึงขอรวมความพิเศษ นาฬิกาไซโก 9 เรือนที่สุดของรุ่นในปี 2020 ด้วยความภาคภูมิมาให้ทุกคนได้ทำความรู้จักกัน

SEIKO PROSPEX ZIMBE NO.15 LIMITED EDITION รุ่น SPB194J

Previous
Next

 การเดินทางครั้งใหม่ของฉลามวาฬ ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากเมืองโอกินาว่า จังหวัดทางตอนใต้ของประเทศญี่ปุ่น ที่รายล้อมไปด้วยหมู่เกาะริวกิว เรียงยาวนับพันกิโลเมตรและขึ้นชื่อว่าเป็นท้องทะเลที่มี “ฉลามวาฬ” ชุกชุมที่สุดด้วย แน่นอนว่ารุ่นนี้ได้รับการขนานนามจากนักสะสมนาฬิกาว่าเป็น “SUMO” ลักษณะความพิเศษคือตัวเรือน ทำจากแสตนเลสสตีล ขนาด 45 มิลลิเมตร หน้าปัดลายคลื่นสะท้อนถึงท้องทะเลโอกินาว่าสีเหลืองทอง เพิ่มความสุขุมดูน่าค้นหาด้วยขอบตัวเรือนสีดำ เพิ่มความหรูหราด้วยสายแสตนเลสสตีลทูโทน ขับเคลื่อนด้วยกลไลอัตโนมัติรุ่น 6R35 สำรองพลังงานได้สูงสุด 70 ชั่วโมง และสามารถกันน้ำได้ลึกได้สูงสุด 200 เมตร

SEIKO PROSPEX AUTOMATIC DIVER’S 200m. รุ่น SPB101J

Previous
Next

หนึ่งรุ่นยอดฮิตที่ได้รับการเรียกจากนักสะสมว่า SUMO เพราะได้รับความนิยมเป็นวงกว้างเหมือนกับกีฬาซูโม่ของชาวญี่ปุ่น หากแต่รุ่นนี้ได้รับการพัฒนาต่อยอดให้มีความแข็งแกร่งและเที่ยงตรงมากกว่าเดิม ด้วยหน้าปัดกระจกแซฟไฟร์ มีคุณสมบัติที่ทนทานป้องกันรอยขีดข่วน รวมถึงกลไกแบบอัตโนมัติ 6R35 สำรองพลังงานได้สูงสุด 70 ชั่วโมงและสามารถกันน้ำลึกได้ถึง 200 เมตร สนนราคาอยู่ที่ 32,700 บาท

SEIKO PROSPEX AUTOMATIC MEN WATCH รุ่น SPB187J

ได้รับแรงบันดาลใจมาจากนาฬิกาดำน้ำในปี 1968 ตัวเรือนสุดเร้าใจ รุ่นยอดฮิตของหนุ่ม ๆ หลายคนจากไซโก กับตัวเรือนแสตนเลสสตีลสีเงินสุดหรู ตัดกับหน้าปัดสีน้ำเงินเข้มให้ความรู้สึกถึงความหล่อเท่ สายลุย และเรียบหรู หน้าปัดทำจากกระจกแซฟไฟร์มีคุณสมบัติที่ทนทานป้องกันรอยขีดข่วนได้ดี กลไกแบบอัตโนมัติ 6R35 สำรองพลังงานได้สูงสุด 70 ชั่วโมงและสามารถกันน้ำลึกได้ถึง 200 เมตร สนนราคาอยู่ที่ 49,800 บาท

SEIKO PROSPEX AUTOMATIC รุ่น SPB087J

อีกหนึ่งรุ่นที่ได้รับความนิยมตลอดปี 2020 มาพร้อมกลไกแบบอัตโนมัติขึ้นลานผ่านเม็ดมะยม ตัวเรือนดีไซน์สุดเท่ ด้วยหน้าปัดสีดำตัดกับขอบตัวเรือนแบบทูโทน น้ำเงิน – แดง ให้ความรู้สึกดุดันและมีไสตล์ในเรือนเดียวกัน กระจกหน้าปัดแซฟไฟร์ ป้องกันรอยขีดข่วนพร้อมเคลือบสารตัดแสงสะท้อนบริเวณพื้นผิวด้านในกระจก อีกหนึ่งความโดดเด่นที่ใครหลายคนต้องจับจ้อง ด้วยตัวเรือนที่เป็นแสตนเลสสตีล แข็งแรงทนทานกับสายยาง Polturethane พร้อมลุยทุกกิจกรรมดำน้ำ กันน้ำลึกได้ถึง 200 เมตร สนนราคาอยู่ที่ 30,260 บาท

SEIKO PROSPEX AUTOMATIC รุ่น SPB121J

Previous
Next

ใครที่ชอบสไตล์วินเทจจะต้องตกหลุมรักแน่นอน กับรุ่น SPB121J ที่ได้แรงบันดาลใจในการออกแบบมาจาก Alpinist นาฬิกาเก่าแก่ของ Seiko ถือกำเนิดครั้งแรกเมื่อปี 1959 มาพร้อมกับหน้าปัดสีเขียวเข้มเข้มแบบ Sunburst ตัดกับตัวเลขและเข็มสีทอง สายหนังสีน้ำตาลลายผิวจระเข้ให้ความรู้สึกหรูหรา

คลาสสิก ขับเคลื่อนด้วยกลไกแบบอัติโนมัติ 6R35 กระจกแซฟไฟร์ป้องกันรอยขีดข่วน สำรองพลังงานได้สูงสุด 70 ชั่วโมง กันน้ำลึกได้ถึง 200 เมตร สนนราคา 29,000 บาท

SEIKO ASTRON GPS SOLAR รุ่น SSH079J

Previous
Next

หากคุณคือคนที่ชอบความดิบเท่ ไม่ซ้ำใคร เราขอแนะนำรุ่น SSH079J ดีไซน์สุดเข้มเหมาะกับหนุ่ม ๆ สายลุย ความโดดเด่นของเรือนนี้่คือตัวเรือนที่ทำจากไทเทเนียมสีเขียวเข้ม หน้าปัดทำด้วยกระจกแซฟไฟร์ที่ทนทานต่อรอยขีดข่วนสูงขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีโซลาร์ GPS ใช้งานได้ประมาณ 6 เดือนหากชาร์จจนเต็ม ประหยัดพลังงานได้ประมาณ 2 ปีเลย รวมถึงคุณสมบัติกันน้ำได้ถึง 10 บาร์ สนนราคาอยู่ที่ 96,700 บาท

SEIKO PRESAGE COCKTAIL AUTOMATIC รุ่น SRPB41J

สะท้อนความน่าค้นหาในตัวคุณผ่านนาฬิกาไซโก PRESAGE รุ่น SRPB41J ที่ดีไซน์ออกมาได้อย่างเรีียบหรู เหมาะกับไลฟ์สไตล์ประจำวัน โดยได้แรงบันดาลใจมาจากสีสันของเครื่องดื่ม Cocktail ตัวเรือนทำจากแสตนเลสสตีล แข็งแรงทนทาน กระจกหน้าปัดฮาร์ดเล็กซ์ คริสตัล ขับเคลื่อนด้วยกลไกแบบอัตโนมัติ หรือเลือกขึ้นลานผ่านเม็ดมะยม สามารถกันน้ำ 50 เมตร สนนราคาอยู่ที่ 16,500 บาท

NEW SEIKO 5 SPORTS AUTOMATIC รุ่น SRPD53K

ตบท้ายด้วยรุ่นยอดนิยมของหนุ่ม ๆ กับนาฬิหาไซโก 5 SPORTS AUTOMATIC รุ่น SRPD53K ด้วยดีไซน์ที่โดดเด่น ถ่ายทอดตัวตนที่หลากหลาย กับคอนเซปต์ “Show your style” ด้วยหน้าปัดสีน้ำเงินเข้ม ขอบตัวเรือนสีน้ำเงิน – แดง ขับเคลื่อนด้วยกลไกแบบอัตโนมัติ หรือขึ้นมือผ่านเม็ดมะยม ตัวเรือนทำจากแสตนเลสสตีลรมดำ

แข็งแรงทนทาน ประสิทธิภาพกันน้ำ 100 เมตร สนนราคาอยู่ที่ 10,600 บาท

จบกันไปแล้วกับนาฬิกา 9 รุ่นที่สุดในปี 2020 ที่ไซโกภาคภูมิใจรังสรรค์ขึ้นมาเพื่อคนรักนาฬิกาทุกคน หากใครสนใจอยากเป็นเจ้าของนาฬิกาไซโก รวมถึงรุ่นลิมิเต็ด สามารถเป็นเจ้าของได้แล้วที่เว็บไซต์ Seiko Boutique Thailand ได้ด้วยพลังแห่งการสร้างสรรค์และความไม่หยุดยั้งที่จะพัฒนาของเราดังคอนเซปต์ Keep Going Forward ในปี 2021 ไซโกจะมีอะไรมาสร้างความประทับใจให้ทุกคนอีก ติดตามได้ที่นี่เลย

หากคุณนึกถึงชื่อไซโก คุณคิดถึงอะไร? คุณภาพ? ความทนทาน? ความทันสมัย?

ไซโก Prospex ยังมีนาฬิกาอีกหลายรุ่นที่ออกแบบมาเพื่อคนที่รักและหลงใหลในการดำน้ำอีกด้วย และเราจะพาทุกคนดำดิ่งลึกลงไปสู่ประวัติศาสตร์ของไซโกกัน

จุดเริ่มต้นจากจดหมาย

จุดเริ่มต้นของนาฬิกาดำน้ำจากไซโก เกิดจากนักดำน้ำมืออาชีพ ชาวจังหวัด ฮิโรชิมา คนหนึ่ง ที่ได้ส่งจดหมายถึงบริษัทผลิตนาฬิกาไซโกในประเทศญี่ปุ่นว่า เขานั้นต้องการนาฬิกาที่สามารถดำน้ำลึกและทนต่อความดันอากาศมากขึ้น รวมถึงปัญหาต่าง ๆ มากมายที่เขาอยากให้นาฬิกาดำน้ำเรือนนี้ตอบสนองในสิ่งที่เขาต้องการ จนสุดท้ายแล้ววิศวกรก็ใช้เวลามากกว่า 7 ปีในการรังสรรค์นาฬิกาที่สามารถดำน้ำได้ลึกถึง 600 เมตร

กว่าครึ่งศตวรรษแล้วที่ไซโกได้รับความไว้วางใจจากนักดำน้ำทั่วโลก เลือกให้เป็นหนึ่งในนาฬิกาดำน้ำที่เชื่อมั่นได้ จากการพัฒนาที่ไม่หยุดยั้ง เป็นนาฬิกาดำน้ำเจ้าแรกของโลก ที่เลือกใช้วัสดุไททาเนียมที่แข็งแกร่งและมีน้ำหนักเบามากกว่าโลหะทั่วไป เป็นวัสดุหลักในการผลิตนาฬิกาดำน้ำ มีหน้าปัดที่มองเห็นชัดเจนในทุกสภาวะ อีกทั้งยังมีประเก็นทรงตัวแอล ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อป้องกันการรั่วซึมของน้ำ และกลไกของนาฬิกาที่มั่นใจได้เรื่องความแม่นยำแม้จะดำดิ่งลงไปใต้ทะเลลึก

นาฬิกาดำน้ำเรือนแรก กับการพัฒนาที่ไม่หยุดยั้ง

ย้อนกลับไปเมื่อปี 1965 นาฬิกาดำน้ำเรือนแรกของประเทศญี่ปุ่นได้ถูกผลิตขึ้น ซึ่งในขณะนั้นนาฬิกาสามารถดำน้ำได้ลึกกว่า 150 เมตร เป็นนาฬิกาที่มีกลไกขึ้นลานอัติโนมัติและได้ถูกพิสูจน์ประสิทธิภาพของมันเองด้วยภารกิจการสำรวจแอนตาร์กติกา ครั้งที่ 8 ของประเทศญี่ปุ่น ในปี 1968 นาฬิกาดำน้ำเครื่องไฮบีท ถูกผลิตขึ้นและได้รับการกล่าวถึงว่ามีมาตรฐานสูงที่สุดในโลก สามารถดำน้ำได้ลึกมากกว่า 300 เมตร มีกลไกการขึ้นลานแบบอัตโนมัติ ทำให้ประสิทธิภาพของนาฬิกาดำน้ำจากไซโกถูกพัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ ต่อมาในปี 1975 ที่สามารถกันน้ำได้ถึง 600 เมตร มาพร้อมกับตัวเรือนแบบประกอบหลายชิ้นที่ทนทาน มีน้ำหนักเบา หรือที่เราแฟน ๆ เรียกว่า “ทูน่าแคน” นั่นเอง

จากนั้นการพัฒนานาฬิกาดำน้ำก็ไม่เคยหยุดอยู่กับที่ ดังคอนเซปต์ “Keep Going Forward ไม่สิ้นสุด ถ้าไม่หยุดไปต่อ” วิศวกรไซโกได้มีการคิดค้นกลไกแบบควอตซ์ และเพิ่มความแข็งแกร่งของวัสดุให้สามารถทนทานต่อการกัดกร่อนมากขึ้น รวมถึงประสิทธิภาพในการกันน้ำที่สูงสุดถึง 1,000 เมตรเลยทีเดียว

ตัวเรือนไททาเนียมน้ำหนักเบา และแข็งแกร่ง

นอกจากนาฬิกาที่มีกลไกประสิทธิภาพสูงแล้ว วัสดุที่นำมาใช้ออกแบบต้องมีคุณภาพและประสิทธิภาพสูงด้วยเช่นกัน นาฬิกาไซโกดำน้ำในรุ่นแรก ๆ นั้นตัวเรือนจะทำจากไททาเนียม ซึ่งเป็นวัสดุพิเศษที่ใช้ในการผลิตกระสวยอวกาศ มีคุณสมบัติทนทานต่อการกัดกร่อน และน้ำหนักเบากว่าเหล็กถึง 40% ทำให้มั่นใจได้เลยว่ามีความแข็งแรง ทนทาน จากนั้นก็มีการเพิ่มวัสดุที่มีความพิเศษเรื่อย ๆ เพื่อให้นาฬิกามีความทนทานต่อแรงดันน้ำเมื่อต้องอยู่ในน้ำที่ลึกมากขึ้น

 

รวมถึงการใช้วัสดุเซรามิกหุ้มตัวเรือน เพื่อเพิ่มความต้านทานต่อการสึกกร่อน การรั่วซึมของน้ำ ช่วยให้น้ำหนักเบามากขึ้นและเพิ่มความงดงามให้กับนาฬิกา สามารถนำไปมิกซ์แอนด์แมตช์ใช้ได้ในชีวิตประจำวันได้อีกด้วย

 

นาฬิกาของผู้พิชิตแอนตาร์ติกและเอเวอร์เรสต์ ถ้าพูดถึงสถานที่ที่มีความท้าทายที่สุดในโลกชื่อของทวีปแอนตาร์กติกและยอดเขาเอเวอร์เรสต์คงเป็นชื่อแรก ๆ ที่หลายคนคิดถึง แต่บนสถานที่แห่งความท้าทายนี้นาฬิกาไซโกได้ถูกนำไปพิสูจน์ประสิทธิภาพของกาลเวลามาแล้ว ! ในปี 1966 นาฬิกาดำน้ำไซโกได้ถูกนำไปใช้ในงานสำรวจทวีปแอนตาร์กติก ของหน่วยงานระบุพิกัดทางภูมิศาสตร์แห่งประเทศญี่ปุ่น รวมถึงถูกนำไปสำรวจใต้ท้องทะเลเพื่อทดสอบประสิทธิภาพการกันน้ำลึก กับทีมวิจัยใต้น้ำ แจมสแทค สำนักงานวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีทางทะเลและโลก ประเทศญี่ปุ่น ในปี 1983 นาฬิกาที่ถูกนำไปทดสอบ คือนาฬิกาดำน้ำไซโกรุ่นโปรเฟสชันแนล ไดเวอร์ส 600 เมตร ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้เป็นที่ตกตะลึงของทีมเพราะนาฬิกาไซโกสามารถดำดิ่งลงไปใต้ทะเลลึกกับเรือดำน้ำ ชินไก 2000 ได้ถึง 1,062 เมตรเลยทีเดียว ทำให้เห็นว่านาฬิการุ่นนี้แม้จะถูกออกแบบมาเพื่อให้ใช้งานได้เพียง 600 เมตร แต่นาฬิกาสามารถทนทานต่อแรงดันน้ำได้เหนือขีดจากัดไปอีกเท่าตัว ยิ่งตอกย้ำความสำเร็จและประสิทธิภาพของนาฬิกาไซโกดำน้ำไปอีกขั้น

 

จากจุดเริ่มต้นผ่านช่วงเวลามายาวนานมากว่า 55 ปี ทีมไซโกยังคง Keep Going Forward ไม่เคยหยุดพัฒนาและค้นหาความอัศจรรย์แห่งกาลเวลา มาผสมผสานกับนาฬิกาเพื่อทุกคน ไม่ว่าจะเป็นวัสดุที่มีคุณภาพ การออกแบบตัวเรือนที่ตอบสนองทั้งความต้องการสูงสุดและมีความสวยงามเสมือนเป็นงานศิลปะได้ในเวลาเดียวกัน รวมทั้งประสิทธิภาพที่เหนือความคาดหมาย

จึงไม่แปลกใจว่าทำไมนาฬิกาดำน้ำไซโกถึงได้เป็นขวัญใจของผู้ที่รักความท้าทายและเป็นนาฬิกาที่ควรค่าแก่การครอบครอง

    Current :
  • EN
  • TH